ฝันร้ายของใครหลายคนที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการกิน จนลืมผลเสียที่ตามมากว่าจะรู้ตัวก็พบว่าไขมันส่วนเกินมีมากเกินกว่าจะกำจัดออกเองได้แล้ว เพราะการออกกำลังกายอาจใช้เวลานานเกินไป แม้แต่ในบางบางคนที่ออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้วก็ยังไม่สามารถลดไขมันส่วนเกินออกได้
แต่ในปัจจุบันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในเรื่องความงามมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้ในการศึกษาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเอง หรือแม้แต่วิธีการดูดไขมัน ที่เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพื่อใช้ปรับรูปร่างให้สวยงามตามเป้าหมายที่หวังไว้ ดังนั้นหมอจะมาเปรียบเทียบการดูดไขมันกับการลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางว่าแต่ละคนเหมาะกับแบบไหน และเป็นแนวทางก่อนตัดสินใจในการดูดไขมันกันค่ะ
น้ำหนักเท่าไรถึงเรียกว่า อ้วน
น้ำหนักที่เป็นเพียงแค่ตัวเลข การที่มีน้ำหนักตัวเยอะก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเราอ้วนสมอไป เพราะน้ำหนักที่เหมาะสมจะแตกต่างกันออกไปตามรูปร่างลักษณะของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เพศ ส่วน มวลกล้ามเนื้อ และโครงสร้างร่างกาย เนื่องจากบางคนมีร่างกายที่ใหญ่กว่าจึงทำให้มีน้ำหนักตัวที่มากกว่า ดังนั้นวิธีการวัดที่แม่นยำ คือการวัดดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ใช้เป็นการคำนวณเพื่อประเมินความอ้วนของแต่ละบุคคล ดังนี้
BMI = น้ำหนัก(กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร)2
ค่าที่ใช้ในการประเมิน
- BMI ≥30 = อ้วนมาก
- BMI 25-29.9 = อ้วน
- BMI 23-24.9 = น้ำหนักเกิน
- BMI 18.6-22.9 = น้ำหนักปกติ เหมาะสม
- BMI <18.5 = น้ำหนักน้อย ผอมเกินไป

การดูดไขมันคืออะไร ดูดบริเวณไหนได้บ้าง
การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหัตถการที่ช่วยกำจัด และลดปริมาณไขมันส่วนเกินอย่างถาวร โดยเป็นการกำจัดเซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อช่วยให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการ ช่วยแก้ปัญหาขาใหญ่ ขาเบียด ไขมันหน้าท้องย้วย แขนใหญ่ เนื้อดูย้อยไม่กระชับ ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่มาจากกรรมพันธุ์ หรือมาจากพฤติกรรมการกินของมันที่สะสมเป็นเวลานาน ด้วยการเปิดผิวหนังขนาดเล็ดเพื่อใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อยาวสอดใส่เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณตำแหน่งที่ต้องการดูด
โดยการดูดไขมันสามารถทำได้หลายส่วนในร่างกาย ซึ่งบริเวณตำแหน่งที่นิยมดูดส่วนมากจะเป็นบริเวณเป็นจุดที่เป็นแหล่งสะสมไขมัน และลดเองได้ยาก เช่น บริเวณหน้าท้อง แขน ปีกหลังแขน นมน้อย ต้นขา น่อง สะโพก ก้น เป็นต้น โดยสามารถดูดได้ไม่ว่าจะรูปร่างใหญ่หรือตัวเล็ก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้รูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น
การดูดไขมัน น้ำหนักลดไหม
หลายคนอาจกำลังคิดว่าการดูดไขมันจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงหรือไม่ จริง ๆ แล้วการดูดไขมันไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักแต่อย่างใด แต่การดูดไขมันเป็นการช่วย กำจัดไขมันเฉพาะจุดที่ต้องการเท่านั้น ไม่ได้ช่วยลดไขมันในร่างกายทั้งหมด ซึ่งการดูดไขมันสามารถทำให้น้ำหนักลดลงเพียงเล็กน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ดูดออกไปทั้งหมด เพราะการดูดไขมันไม่ได้เป็นการลดน้ำหนักแบบถาวร หรือใช้ในการรักษาโรคอ้วน แต่สามารถทำให้รูปร่างดูดีขึ้น สมส่วนมากขึ้น กระชับมากขึ้นเนื่องจากเป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณที่ต้องการให้หายไปได้

ดูดไขมันหน้าท้องด้วยเครื่องไหนดี
การดูดไขมันหน้าท้องด้วยเครื่อง เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากอวดหน้าท้องที่แบนราบดูสมส่วนเข้ารูป เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาพุงย้อย พุงหมาน้อย ลดเท่าไหร่ก็ไม่ลงสักที ซึ่ง การดูดไขมันหน้าท้องด้วยเครื่องให้เหมาะสมที่สุดกับแต่ละบุคคล ต้องคำนึงหลายปัจจัย เช่น ปริมาณไขมันที่ต้องการดูด ผลลัพธ์หลังทำ การวางแผนนำไขมันไปเพื่อใช้เติมบริเวณอื่นต่อ ดังนั้นแต่ละเครื่องจึงมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้
- เครื่องดูดไขมันด้วยแบบดั้งเดิม (Traditional Liposuction)
การดูดไขมันแบบดั้งเดิม เป็นวิธีกำจัดเซลล์ไขมันเฉพาะจุดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยจะใช้ท่อดูดขนาดเล็กในการสอดเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อดูดไขมันในตำแหน่งที่ต้องการกำจัดออกมา ซึ่งวิธีนี้ใช้เวลานาน และอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้มากกว่าวิธีอื่น ด้วยการใช้แรงดูดในการดึงเอาเซลล์ไขมันออกจากร่างกาย แต่เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างดั้งเดิม วิธีนี้จึงจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเทคนิคการดูดไขมันแบบใหม่
ดังนั้นเพื่อลดโอกาสในการเกิดความเสี่ยงจึงควรต้องควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์มากในระดับหนึ่ง ให้ได้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจที่สุด
- เครื่องดูดไขมันด้วยน้ำ (Water-Jet Assisted Liposuction)
เป็นการใช้พลังงานน้ำในการแยกเซลล์ไขมันให้แตกตัวแล้วดูดออกมา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Body-Jet ที่ใช้พลังน้ำความดันสูงในการสลายเซลล์ไขมันก่อนที่จะดูดออก แตกต่างจากการดูดไขมันแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงดูดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นไขมันพวกนี้จึงไม่สัมผัสกับความร้อน ไม่ถูกทำลาย หลังจากเซลล์ไขมันแตกตัวแล้ว เครื่องจะดูดไขมันเหลวออกมาพร้อมกับน้ำ อ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อ ลดการบาดเจ็บ ทำให้เลือดออกน้อย
เหมาะกับคนที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็มตามส่วนต่าง ๆ เช่น ใบหน้า สะโพก หรือหน้าอก เนื่องจากใช้พลังน้ำ จึงทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยกว่าวิธีอื่น ผู้ป่วยจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
- เครื่องดูดไขมันด้วยเลเซอร์ (Laser-Assisted Liposuction)
เป็นการใช้เลเซอร์ในการปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อส่งผ่านเข้าไปในชั้นไขมัน ให้เกิดการทำให้เซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นของเหลวก่อนทำการดูดออก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้นลดการเกิดภาวะเลือดออก และลดการเกิดลดรอยบุ๋มหลังการดูดไขมัน ซึ่งแตกต่างจากแบบดั้งเดิมที่ใช้ท่อดูดเพียงแค่อย่างเดียว
การใช้วิธีนี้เป็นการใช้พลังงานเลเซอร์ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังกระชับและเรียบเนียนอีกด้วย ทำให้ได้รูปร่างที่สวยงาม เหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน
- เครื่องดูดไขมันด้วยคลื่นเสียง (Ultrasound-Assisted Liposuction)
เป็นการใช้พลังงาน Ultrasound หรือพลังงานเสียง ให้เกิดคลื่นเสียงสั่น เพื่อให้เกิดพลังงานความร้อนกำจัดเซลล์ไขมัน และแตกตัวออกจากกัน กลายเป็นน้ำไขมันเหลวออกมาเป็นสีส้ม และสามารถดูดไขมันออกมาได้ในปริมาณมากได้ง่ายขึ้น มีความละเอียดแม่นยำ ช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และช่วยให้ผิวหนังกระชับขึ้นเหมาะกับคนที่มีไขมันปริมาณมาก หรือมีพังผืด
การใช้เครื่องดูดไขมันคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ เหมาะกับผู้ที่มีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ หรือในผู้ชายที่มีชั้นไขมันค่อนหนาแน่นมากในระดับหนึ่ง หรือแม้แต่ในเคสที่เป็นคนตัวเล็กที่มีปริมาณไขมันค่อนข้างบางก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน เนื่องจากตัวเครื่องที่มีความพัฒนาให้มีพลังงานความร้อนที่สูงกว่าเครื่องทั่วไป
- เครื่องดูดไขมันด้วยระบบสั่น (Power-Assisted Liposuction : PAL)
เป็นการใช้การสั่นสะเทือนช่วยในการดูดไขมัน นิยมใช้รวมกับเครื่องดูดไขมันชนิดอื่นเพื่อให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยจุดเด่นอย่างหัวดูดไขมัน (Cannulas) หลายแบบให้เลือกตามความเหมาะสม โดยอาศัยหลักการสั่นสะเทือนของท่อดูดไขมัน ให้เกิดการสั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่เหมาะสม เพื่อแยกระหว่างชั้นเซลล์ไขมันให้แตกตัว ออกจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ ช่วยให้ไขมันถูกดูดออกเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ให้หมอสามารถจัดการกับไขมันได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วกว่าการดูดไขมันแบบเดิม ในปริมาณมากโดยไม่จำกัดซีซี หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
การสั่นช่วยลดแรงเสียดทานในระหว่างการดูดไขมัน ซึ่งวิธีนี้ช่วยลดความเสียหาย ไม่ทำร้ายผิวเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ทำให้อาการบวม ฟกช้ำ และปวดหลังการผ่าตัดน้อยลง ควบคุมทิศทางและการดูดไขมันได้ดีขึ้น จึงมีความแม่นยำมากขึ้นในส่วนที่เข้าถึงยาก หรือไขมันในบริเวณที่เหนียวแข็ง จึงช่วยให้การฟื้นตัวไวขึ้น เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ทำให้ร่างกายเกิดความบอบช้ำน้อยลง ผู้ป่วยจึงสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการดูดไขมันแบบอื่น



การดูดไขมันอันตรายไหม
อันตรายและผลข้างเคียงจากการดูดไขมันนั้นมาจากการดูดกับแพทย์ที่ยังไม่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญมากเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นหัตถการที่จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น อาจมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าหัตถการอื่น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยเพื่อลดโอกาสเกิดความเสี่ยง ศึกษารีวิวของผู้ที่ใช้บริการจริงจากคลีนิกนั้นอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจทำ ดังนั้นจึงควรเลือกอย่างพิถีพิถัน เช่น ชื่อเสียงของแพทย์ ระยะเวลาในการเปิดคลินิกเพื่อดูว่าแพทย์มีประสบการณ์มากน้อยเพียงใด รวมถึงคลินิกที่มีวิสัญญีแพทย์ มีมาตรฐานและความสะอาดของคลินิก ว่าสามารถดูแลเราให้ปลอดภัยได้หรือไม่ และที่สำคัญเพื่อลดโอกาสการแก้ซ้ำควรเลือกคลินิกที่สามารถให้คำปรึกษา 1:1 กับแพทย์เฉพาะทางได้
ประโยชน์ของการดูดไขมัน
การดูดไขมัน เป็นวิธีการกำจัดและลดปริมาณไขมันที่ทำได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันการดูดไขมันกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นหัตถการที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง ผู้หญิง ผู้ชาย คนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอม ที่มีไขมันสะสม หรือแม้แต่คนที่รูปร่างผอมแต่ดูไม่สมส่วน เพราะเป็นจุดที่ลดเองได้ยาก ไม่ว่าพยายามออกกำลังกายหรือคุมอาหารเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถลดสัดส่วนที่เป็นปัญหานั้นได้ ดังนั้นจึงนำวิธีการดูดไขมันเข้ามาแก้ปัญหานี้ เพื่อปรับรูปร่างให้ดูสมส่วนและกระชับ เพิ่มความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า ให้ได้อวดหุ่นได้มากขึ้น


ข้อเสียของการดูดไขมัน
การดูดไขมันจะเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมแต่ก็มีข้อที่วรระวังและข้อจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากการดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนักแต่เป็นการปรับรูปร่าง จึงควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและการคุมอาหาร เพื่อรักษาผลลัพธ์ในระยะยาว หากไม่ดูแลรูปร่างหลังการผ่าตัด ไขมันก็อาจกลับมาสะสมได้อีก นอกจากนั้นยังมีข้อควรระวังอย่างอื่นเช่น อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่าง อาการบวม รอยช้ำ แต่ทั้งนี้อาการเหล่านี้สามารถหายไปได้เองหลังทำ ซึ่งควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
การลดน้ำหนัก
การลดน้ำหนัก หลายคนอาจจะมองว่าไม่ยาก แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การลดน้ำหนักเป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูแลรูปร่างให้สวยงามและดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น โดย การออกกำลังกายการควบคุมพฤติกรรมการกิน ซึ่งต้องอาศัยความพยายาม และวินัยสูงอย่างมาก เนื่องจากเป็นการลดน้ำหนักด้วยตัวเองที่ใช้ระยะเวลานานในบางบางคนอาจกินเวลาไปหลายปีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
- การควบคุมอาหาร เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักผลไม้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูป เนื่องจากเป็นอาหารที่แฝงไปด้วยโซเดียม ไขมัน และน้ำตาลที่ค่อนข้างสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อ ปริมาณที่ร่างกายต้องการ
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ สควอช โยคะ เป็นต้น
- การพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการนอนน้อยหรือนอนไม่พอจะทำให้เราง่วงในระหว่างวันได้และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนทำให้มีความอยากอาหารที่มากขึ้น
- จัดการกับความเครียด เพื่อหยุดการกระตุ้นให้ร่างกายหลังฮอร์โมนอยากอาหาร นอกจากนั้นความเครียดยังทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยลง

การดูดไขมันกับการลดน้ำหนัก
หลายคนมักสับสนระหว่างการดูดไขมัน และการลดน้ำหนัก เพราะทั้งสองอย่างล้วนมีเป้าหมายให้ได้รูปร่างที่สวยงามเช่นเดียวกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะการดูดไขมันไม่ใช่การลดความอ้วน แต่เป็นการกำจัดไขมันเฉพาะจุด กระชับสัดส่วน ส่วนการลดน้ำหนักเป็นการลดไขมันโดยรวม แตกต่างกันดังนี้
การดูดไขมัน มีเป้าหมายเพื่อกำจัดไขมันเฉพาะจุด บริเวณตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการใช้เครื่องมือในการทำหัตถการดูดไขมันออก ทำให้ได้ผลลัพธ์ไวกว่าการออกกำลังกาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปร่างให้ดีขึ้น สัดส่วนกระชับมากขึ้น และสามารถทำได้หลายจุดตามที่ต้องการ
การลดน้ำหนัก การลดไขมัน โดยการใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อดึงไขมันจากทั่วร่างกายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการคุมอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวิธีที่ใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน ต้องใช้ความพยายาม และมีวินัยที่สูง แต่จะได้สุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
ข้อดีการดูดไขมันที่ Kanwera
เรามีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี มีแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีการบริการการนัดเข้ามา Follow up กับแพทย์ 1:1 ให้ประเมินร่วมกับคนไข้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการปรึกษา พร้อมให้คำแนะนำดูแลหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิด ให้คุณได้อวดหุ่นอย่างมั่นใจขึ้น กับนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งห้องดูดไขมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ที่จะดูแลให้ปลอดภัยได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี



สรุปการดูดไขมันกับการลดน้ำหนัก
การดูดไขมันกับการลดน้ำหนักเป็นสองวิธีที่แตกต่างกันทั้งผลลัพธ์และระยะเวลาเห็นผล แต่ละวิธีมีข้อดี และข้อเสียต่างกันออกไป ดังนั้นจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง แต่สำหรับใครที่ต้องการตัวช่วยในการเนรมิตหุ่นสวยแนะนำให้ใช้เป็นการดูดไขมันในการแก้ไขปัญหา ใหคุณได้อวดหุ่นสวยอย่างมั่นใจ
สำหรับใครที่กำลังสนใจดูดไขมันแต่ยังลังเลอยู่ เพราะการดูดไขมันจะดูดไขมันส่วนเกินทั้งที นอกจากจะคำนึงถึงประสบการณ์ของแพทย์แล้ว ยังต้องดูรีวิวผลลัพธ์จากผู้รับบริการจริง สมกับสัดส่วน เพื่อลดโอกาสการแก้ซ้ำ “ดูดไขมัน คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีเคสรีวิวดูดไขมันจากคนไข้จริงให้ได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะสิ่งสำคัญที่เป็นการตัดสินใจของคนไข้ในการเลือกคลีนิกดูดไขมันสักครั้ง คือรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ที่สามารถเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้านประสบการณ์ของแพทย์ ที่เป็นเครื่องรับรองให้คลีนิกได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องดูดไขมันมีหลายชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าแต่ละคนก็ไม่ได้เหมาะสมกับเครื่องดูดไขมันทุกชนิด ดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพือให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการแก้ไขจะดีที่สุดค่ะ