สำหรับคนที่กำลังมีแพลนจะดูดไขมันไม่ว่าส่วนไหนของร่างกาย เช่น เหนียง แขน ต้นขา หน้าท้อง หลังจากดูดไขมันจะต้องวางแผนในการพักฟื้น เพราะหลังจากดูดไขมันแล้วจะมีอาการบวม รอยช้ำอยู่บ้าง หลายๆ คนเลยมีความกังวลเพราะต้องวางแผนลางาน หรือหยุดเรียน ใครที่กำลังกังวลกับปัญหาเหล่านี้อยู่ วันนี้หมอหญิง คาเวร่า – Kanwera Clinic มีวิธีลดอาการบวมด้วยการฉายแสงลดบวมหลังดูดไขมันให้น้อยลงมาฝากกันค่ะ
อาการบวมหลังจากการดูดไขมัน
อาการบวมหลังจากการดูดไขมัน เป็นอาการข้างเคียงที่ปกติและพบได้บ่อย โดยหลังทำการดูดไขมันในช่วง 1-3 วันแรกจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในบริเวณที่ดูดไขมันออกไป และหลังจากช่วง 3-7 วัน จะเริ่มเกิดการอักเสบขึ้นจากการที่น้ำทยอยซึมออกจากร่างกาย ทำให้มีอาการบวมขึ้นมา บริเวณที่ดูดไขมันอาจมีรอยช้ำสีแดงหรือสีม่วง หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ บริเวณรอยช้ำที่ดูดไขมันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวและเหลือง และหลังจากสัปดาห์ที่ 3-4 หลังดูดไขมัน อาการบวม ช้ำ จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ และหลังจากสัปดาห์ที่ 4-8 หลังดูดไขมันช่วงนี้ผิวเริ่มเข้ารูป สัดส่วนจะเริ่มเข้าที่ ถ้าคนไข้ดูดไขมันหน้าท้อง และดูดไขมันเอวเอส ดูดไขมันซิกแพค บริเวณหน้าท้องก็จะแบนเรียบ เอวเอส เอวคอด เริ่มเห็นร่องหน้าท้องหรือซิกแพค (Six Pack) ซึ่งการดูแลหลังดูดไขมันค่อนข้างสำคัญมากๆ ผลการดูดไขมันจะเข้าที่ได้เร็ว ช้า ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำและจะต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตามที่หมอแนะนำ จะทำให้กล้ามเนื้อแนบชิดอย่างเต็มที่ สัดส่วนของร่างกายเข้ารูปได้ทรงสวยขึ้น ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคลและขนาดรอบสัดส่วนก่อนการดูดไขมันด้วย
การฉายแสงลดบวมหลังดูดไขมันคืออะไร?
การฉายแสงลดบวมด้วย LED (Light-Emitting Diode) เป็นเทคโนโลยีความงามที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะหลังผ่าตัด และหลังการดูดไขมัน เป็นการฉายแสงสีต่างๆ ที่ใช้ความเข้มของแสงสูงเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูของเซลล์ผิวให้แข็งแรง ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย อีกทั้งยังสะดวก ใช้เวลาไม่นาน ไม่ก่อให้เกิดรอยแผล หรือความร้อนสะสมบนผิว
การฉายแสงลดบวม อันตรายไหม?
การฉายแสงลดบวมด้วย LED เป็นแสงที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 400 -700 nm ซึ่งเป็นแสงที่มีความเข้มข้นต่ำ มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรืออาการปวด ไม่ทําให้มีแผล ผิวไหม้ หรือผิวบาง

ข้อดีของการฉายแสงลดบวมด้วย LED
- ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด
- กระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจน
- ลดอาการอักเสบของผิว
- ลดการเกิดผังผืดหลังการผ่าตัด
แสง LED มีกี่สี แต่ละสีมีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร?
การฉายแสง LED ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 4 สี ประกอบด้วย สีฟ้า สีแดง สีเขียว และสีเหลือง ซึ่งแต่ละสีจะมีคุณสบบัติแตกต่างกันออกไปดังนี้
Blue Light (แสงสีฟ้า) : มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาสิวและลดการอักเสบ สิวที่เกิดจากสารสเตียรอยด์ สิวจากอาการแพ้ต่างๆ โดยจะเข้าไปทำการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เรียกว่า P.Acne (Propionibacterium acnes) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวโดยเฉพาะปัญหาเรื่องสิวบนแผ่นหลัง
- เหมาะกับคนที่มีสิวอักเสบจำนวนมาก และไม่ต้องการใช้ยาแบบรับประทาน
Green light (แสงสีเขียว) : มีคุณสมบัติช่วยในการลดรอยดำ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี ปรับผิวให้กระจ่างใส และช่วยลดรอยแดงและลดการเป็นเส้นเลือดฝอยที่อาจอยู่ใต้ผิวหนัง
- เหมาะกับคนที่มีปัญหารอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็น ผิวหมองคล้ำ
Yellow light (แสงสีเหลือง) : มีคุณสมบัติในการลดเลือนฝ้า กระ ลดการสร้างเม็ดสี ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใส รักษาเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนัง และช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง ระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้แผลแห้งไวขึ้น และยุบบวมได้ไวขึ้น
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ และผู้ที่ต้องการลดอาการบวมหลังดูดไขมัน และการทำศัลยกรรม
Red light แสงสีแดง : มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้นและช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับผิวให้เรียบเนียน อิ่มฟู และลดการอักเสบของผิว และใช้ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดได้
- เหมาะกับคนต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ผิวแข็งแรง ลดปัญหาสิวเกิดใหม่

การฉายแสงลดบวมต้องทำกี่ครั้ง?
การฉายแสงลดบวมสามารถทำได้ตั้งแต่ 3 วันหลังจากการดูดไขมัน อาจจะทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนเยอะขึ้น ส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จลดการอักเสบของผิว อาการบวมเลยลดลงเร็วมากขึ้น
ระยะเวลาการทำ?
ระยะเวลาในการฉายแสงควรอยู่ที่ประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย
การฉายแสงลดบวมหมอจะใช้แสงสีแดงที่มีความยาวคลื่น 640 นาโนเมตร ในบริเวณที่ดูดไขมันเพื่อช่วยให้ผิวกระชับตัวเร็วขึ้น เพราะแสงช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินภายใต้ผิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยลดการอักเสบลดการเกิดผังผืดของผิวอีกด้วยค่ะ