การดูดไขมันปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าเป็นอีกทางเลือกที่อยากแนะนำสำหรับใครที่ต้องการปรับรูปร่าง ลดไขมันส่วนเกินที่สะสมในบริเวณต่าง ๆ บนร่างกาย หรือแม้แต่ในคนที่พยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองไม่ว่าจะทั้งการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารจนไม่มีความสุขในการกิน แต่ก็ยังลดไม่ลงสักที บ้างก็น้ำหนักค้างอยู่ที่เดิม บ้างก็ลดสัดส่วนไม่ลง ใส่เสื้อผ้าก็ไม่มั่นใจ อยากมีส่วนเว้าส่วนโค้งไว้อวดเหมือนคนอื่นเค้าบ้างแต่ก็อาย เลยมองหาตัวช่วยในการช่วยทำให้รูปร่างดูดีขึ้นด้วยการ ดูดไขมัน ซึ่งเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหากวนใจได้อย่างตรงจุด และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
การออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว สำหรับใครหลายคนอาจยังไม่พอ ดูดไขมัน ไม่ใช่แค่การทำเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นการเสริมความมั่นใจ ปรับรูปร่างให้ดูสมส่วน ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณที่ลดเองได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก น่อง ใต้คาง แขน นมน้อยที่เป็นปัญหายอดฮิตของสาว ๆ ที่ชอบใส่เกาะอก หรือเสื้อโชว์แขนแล้วมีเนื้อปลิ้นออกมาบริเวณรักแร้ จนไม่กล้าใส่เสื้อโชว์ไหล่ ดังนั้นการดูดไขมันถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เลยทีเดียว
สำหรับใครที่กำลังวางแผนกำลังจะดูดไขมันครั้งแรก แต่อาจจะยังรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลเล็กน้อยกับการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในครั้งนี้ รวมถึงการดูแลตัวเองในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะมีคำถามและข้อสงสัยมากมาย เกี่ยวกับขั้นตอน ผลลัพธ์หลังทำเสร็จ การเตรียมตัว ดังนั้นเราจะขอมาอธิบายถึงขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่ต้องการดูดไขมันครั้งแรกให้สามารถเตรียมพร้อมได้อย่างราบรื่นค่ะ
ดูดไขมันคืออะไร? อยากดูดไขมันครั้งแรกต้องรู้
การดูดไขมัน คือ การกำจัดไขมันส่วนเกินจากร่างกายเพื่อปรับรูปร่างให้กระชับ โดยการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อยาวสอดใส่เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมันออกจากใต้ผิวหนัง โดยบริเวณตำแหน่งที่นิยมดูดส่วนมากจะเป็นบริเวณเป็นจุดสะสมไขมัน ลดเองได้ยาก เช่น บริเวณหน้าท้อง แขน ปีกหลังแขน นมน้อย ต้นขา น่อง สะโพก ก้น เป็นต้น

ดูดไขมันช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?
ต้องขออธิบายก่อนค่ะว่าการดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก แต่เป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกายตามตำแหน่งต่าง ๆ เฉพาะจุดในร่างกายให้มีปริมาณลดลง เพื่อปรับรูปร่างให้กระชับ สัดส่วนลดลง ดูดีขึ้น สมส่วนมากขึ้น แต่ไม่ใช่การลดน้ำหนักทั้งตัว ทั้งนี้สำหรับคนที่ต้องการให้หุ่นเป๊ะจริง ๆ อาจดูดไขมันควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นก็ได้เช่นกันค่ะ
เหมาะกับใครบ้าง?
หนึ่งในหัตถการที่หลายคนในปัจจุบันกำลังพุ่งเป้ามาให้ความสนใจคงต้องเป็น การดูดไขมัน เพราะช่วยปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเหมาะกับทุกคน มาดูกันค่ะว่าใครบ้างที่เหมาะกับการดูดไขมัน
- เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมในจุดที่ลดยาก เช่น หน้าท้อง ต้นขา แขน นมน้อย เหนียง หรือสะโพก ที่ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือคุมอาหาร
- เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายแล้วไขมันยังไม่ลด
- เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง ไม่ว่าจะปัญหาเนื้อย้วย เนื้อปลิ้น ไม่กระชับ ดูไม่สมส่วน
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาขาใหญ่ น่องใหญ่ น่องปูดจากกรรมพันธ์ุ ทำให้ไม่สามารถลดเฉพาะจุดได้เอง
- เหมาะกับคนที่ต้องการให้สัดส่วนเล็กลง ปรับรูปร่างให้เฟิร์มกระชับ
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาเนื้อย้วย เนื้อเหลว รูปร่างดูไม่เฟิร์ม
- เหมาะกับคนที่ต้องการกำจัดไขมันเฉพาะจุด ให้สมส่วนขึ้น
- เหมาะกับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย หรือไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่อยากลดไขมัน
- เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัด แต่ต้องการกำจัดไขมัน
การดูดไขมันเหมาะสำหรับคนที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการทำหัตถการ เช่น โรคหัวใจ หรือเบาหวาน หากต้องการปรับรูปร่างให้กระชับ เฟิร์มสวย การดูดไขมันถือเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ
ดูดไขมันส่วนไหนได้บ้าง
การดูดไขมันสามารถทำได้หลายจุดทั่วร่างกายค่ะ และสามารถทำพร้อมกันได้ในครั้งเดียว หรือทำเฉพาะจุดตามที่ต้องการได้ มาดูกันว่าสามารถดูดไขมันในส่วนไหนได้บ้าง
- หน้าท้อง เป็นจุดที่ไขมันสะสมเยอะ และเป็นจุดยอดฮิตในการดูดไขมัน
- ต้นแขน อยู่บริเวณส่วนบนของแขน มีลักษณะเป็นก้อนไขมันสะสม
- ปีกหลัง หรือ Bra Bluge ลักษณะเป็นเนื้อปลิ้น อยู่บริเวณด้านหลัง ด้านบน และด้านล่างของลำตัว
- คางและคอ หรือที่เรียกว่า เหนียง การดูดไขมันจุดนี้จะช่วยให้หน้าดูเรียวขึ้น
- ต้นขา เป็นจุดที่ทำให้เกิดการเสียดสีจนกลายเป็นแผลอักเสบบ่อย ในคนที่มีไขมันสะสมที่ต้นขาเยอะ
- สะโพกและบั้นท้าย การดูดไขมันที่สะโพกสามารถช่วยให้รูปร่างดูสมส่วนขึ้น ดูไม่ตัน ใส่เสื้อผ้าง่ายขึ้น
- หลัง การดูดไขมันที่หลังสามารถช่วยให้หลังดูเรียบ กระชับ เฟิร์มขึ้น
- เอว หรือห่วงยางรอบเอว บริเวณเอวและด้านข้างที่มีไขมันสะสมมาก ทำให้ตัวดูขยายออกข้าง ดูตัน

ขั้นตอนเป็นยังไง?
- ขั้นแรกต้องเข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินการออกแบบรูปร่างแบบ 1:1 กับคุณหมอก่อนเริ่มดูดไขมันที่คาเวร่า – Kanwera Clinic โดยจะมีการประเมินปัญหาของคนไข้ ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล และกำหนดตำแหน่งที่จะทำการดูดไขมัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้มากที่สุด
- หลังจากทำการประเมินเรียบร้อย แพทย์จะทำการวาดรูป Mark ตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมัน วัดสัดส่วน คำนวณค่า BMI และถ่ายรูปก่อนเริ่มทำไว้ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง
- เริ่มทำความสะอาดบริเวณตำแหน่งที่ต้องการดูด และบริเวณโดยรอบ เพื่อฉีดยาชา เมื่อเริ่มยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 1-3 มิลลิเมตรสำหรับใส่อุปกรณ์ดูดไขมัน
- ใส่ Tumescent หรือสารน้ำที่จะช่วยให้การดูดไขมัน ที่ประกอบด้วยน้ำเกลือ เพื่อทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ลดความเจ็บปวด ช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น และใช้เวลาน้อยลง
- เริ่มดูดไขมันบริเวณตำแหน่งที่ต้องการดูด โดยใช้เทคนิคเฉพาะตัวของแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด
- เมื่อดูดไขมันออกไปได้มากที่สุดตามที่ต้องการแล้วทำการเย็บปิดปากแผล และนัด follow up เมื่อครบ 7 วัน เพื่อติดตามดูอาการและตัดไหม ระหว่างนั้นให้คนไข้ใส่ชุดกระชับไขมันเพื่อให้เข้ารูปไวขึ้น
- เมื่อครบ 2 สัปดาห์ หมอจะนัดเข้ามาดูผลอีกครั้งและทำนวัตกรรมกระชับผิว RF และเลเซอร์เพื่อลดบวม และช่วยให้กระชับยิ่งขึ้น
การติดตามผลการรักษา
เมื่อครบ 1 เดือน หลังการดูดไขมัน อาการบวมและช้ำจะเริ่มลดลง อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บบริเวณที่ทำการดูดไขมันในช่วงแรก แต่อาจยังมีอาการบวมช้ำในบางจุดบ้าง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังไม่เข้าที่ดี ดังนั้นเรายังคงต้องดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญมากทำให้การเข้าที่เห็นผลได้ไวขึ้น โดยหมอจะยังให้สวมชุดกระชับ (Compression Garment) เพื่อช่วยลดบวม และทำให้ไขมันกระจายตัวได้ดีขึ้น ไม่เป็นก้อน ทำให้กระชับได้ไวขึ้น และอาจยังต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือการยกของหนักในช่วงนี้ และควรรักษาความสะอาดของแผลให้ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
เมื่อครบ 3 เดือน หลังการดูดไขมัน ในช่วงนี้ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น อาการบวมจะลดลงและเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามการฟื้นตัวเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด โดยบางจุดอาจยังคงมีความบวมอยู่เล็กน้อย รูปร่างเริ่มกระชับขึ้น และจะเริ่มเห็นว่าไขมันในบริเวณที่ดูดออกไปนั้นลดลง ซึ่งช่วงนี้สามารถเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ได้แล้ว เคล็ดลับคือการควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาน้ำหนักตัวและป้องกันไม่ให้ไขมันใหม่มาแทนที่บริเวณที่ดูดออกไป
และเมื่อครบ 6 เดือน หลังการดูดไขมัน ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนที่สุด คงที่มากขึ้น ผิวจะกระชับมากขึ้น อาการบวมและช้ำจะหมดไปเกือบทั้งหมด สำหรับใครที่ไม่อยากให้ไขมันกลับมาสะสมตามเดิมก็อาจควบคุมอาหารและรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่เพื่อรักษาผลลัพธ์ ทำร่วมกับการออกกำลังกาย ให้รูปร่างกระชับขึ้น แต่หากผิวหนังไม่กระชับ หรือมีหย่อนคล้อยในบางจุด เนื่องจากอายุ สภาพผิว หรือปริมาณไขมันที่ดูดออกเยอะ อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อดูวิธีการรักษาเพิ่มเติม เช่น การทำเลเซอร์หรือการใช้วิธีอื่น ๆ เพื่อกระชับผิว
ดูดไขมันมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ปัจจุบันการดูดไขมันไม่ใช่หัตถการที่น่ากลัวหรือซับซ้อนเลยค่ะ แต่จำเป็นต้องเลือกคลีนิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ที่สำคัญต้องเลือกแพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงด้วยค่ะ แม้ว่าจะเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเหมือนกับการทำศัลยกรรมทั่วไป หากเลือกทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ไม่มากพอ ก็อาจเกิดการติดเชื้อ หรืออาจรู้สึกว่าผิวบางจุดไม่เรียบเนียน เกิดเป็นก้อนขรุขระ
ซึ่งหากเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์สูง ก็สามารถมั่นใจว่าได้ทั้งความสวย และความปลอดภัย ซึ่งอาการทั่วไปที่พบได้บ่อยหลังการดูดไขมัน อาจมีปวด หรือบวม ช้ำ บริเวณที่ดูด แต่สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ อาจใช้ยาลดบวม หรือยาบรรเทาอาการปวดอักเสบร่วมด้วยได้
เตรียมตัวยังไงก่อนดูดไขมัน?
สำหรับใครที่ต้องการดูดไขมันครั้งแรก การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันช่วยให้รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าน้อยลง ยิ่งใครที่ศึกษาทำการบ้านมาเป็นอย่างดี การดูดไขมันก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ได้ผลลัพธ์ออกมาสวยตามที่คาดหวังค่ะ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด คือ การปรึกษาแพทย์ผู้ชํานาญการด้านการดูดไขมัน เพื่อทำการตรวจประเมินร่างกาย ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และอธิบายถึงขั้นตอนการผ่าตัด รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
- หยุดยาบางชนิด หากทานยาบางชนิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน วอร์ฟาริน หรือวิตามิน E ควรหยุดใช้ก่อนการดูดไขมันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกระหว่างหรือหลังการทำหัตถการ
- แจ้งแพทย์หากมีแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยื่นบัตรแพ้ยาและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อป้องกันไม่จ่ายยาให้ที่ผู้ป่วยแพ้ หรือยาที่อาจจะแพ้ข้ามกันให้กับผู้ป่วย
- งดน้ำ และอาหารทุกชนิด สำหรับกรณีการใช้วิธีดมยา ที่ต้องดูดไขมันหลายจุด หรือในกรณีที่มีไขมันเยอะมาก โดยจำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำหัตถการ เพื่อป้องกันการสำลัก
- งดการสูบบุหรี่ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มทำหัตถการ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากแผลติดเชื้อ อักเสบ และให้ร่างกายฟื้นฟูได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
- พักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนวันทำการดูดไขมันควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมสำหรับการทำหัตถการ
- หากมีประจำเดือนควรรีบแจ้งแพทย์ เนื่องจากในช่วงมีประจำเดือนอาจทำให้มีเลือดออกได้ง่ายกว่าช่วงที่ไม่มีประจำเดือน อาจส่งผลให้คนไข้รู้สึกเพลีย เนื่องจากสูญเสียเลือดบางส่วน
- เตรียมชุดกระชับ หลังการดูดไขมันควรใส่ชุดกระชับไขมัน เพื่อช่วยลดบวมและช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น กระชับไวขึ้น ควรเตรียมชุดกระชับไว้ล่วงหน้า หรือสอบถามจากคลินิกว่าควรใช้แบบไหน
- ทำความสะอาดร่างกาย ก่อนวันที่นัดทำหัตถการควรสระผมให้สะอาด งดแต่งหน้าและการใช้สเปรย์ดับกลิ่นหรือน้ำหอมทุกชนิด และถอดคอนแทคเลนส์ออกให้เรียบร้อย รวมถึงสาว ๆ ที่ทาเล็บเจลก็ควรลบสีเล็บออกด้วยค่ะ เพื่อที่วิสัญญีแพทย์จะได้ประเมินอาการ และวัดออกซิเจนในเลือดผ่านเครื่อง Pulse Oximeter ได้อย่างสะดวกค่ะ
- ควรมีผู้ติดตาม ในกรณีที่ต้องดมยาสลบอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากทำเสร็จ ควรมีคนมาช่วยดูแล หรือขับรถพากลับบ้านหลังทำเสร็จ

ดูดไขมันครั้งแรก ต้องพักฟื้นกี่วัน?
หลังจากการดูดไขมันครั้งแรก การพักฟื้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งที่ทำการดูด โดยทั่วไปแล้วในเบื้องต้นที่ดูดแค่ 1-2 ตำแหน่งอาจใช้เวลาประมาณ 1-5 วัน โดยในช่วงนี้อาจมีอาการบวมและอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน จะเริ่มฟื้นตัวและเห็นผลลัพธ์ที่เข้าที่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังทำ และฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลานานถึง 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และปริมาณที่ดูด
เจ็บไหม? ใช้ยาสลบหรือเปล่า?
ปัจจุบันการเลือกใช้ยาชาหรือยาสลบจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น หากปริมาณไขมันมาก อาจจำเป็นต้องใช้ยาสลบ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวตลอดการผ่าตัด หรือผู้ที่มีอาการกลัวการดูดไขมัน ก็สามารถใช้การดมยาสลบช่วยได้เช่นกันค่ะ ส่วนการดูดไขมันแค่บางตำแหน่งจะใช้ยาชาเฉพาะที่มากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบเสมอไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการแพ้ยา และที่สำคัญช่วยให้ลดเวลาการพักฟื้น หลังทำการดูดไขมันสามารถสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล
ผลข้างเคียงหลังจากการดูดไขมัน
หากเลือกคลีนิกที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย และแพทย์ผู้ชํานาญการด้านดูดไขมัน มีประสบการณ์สูง จะทำให้มีความเสี่ยงในความผิดพลาดต่ำ อาจเกิดเพียงแค่ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป เช่น บวมและช้ำ ปวดหรือเจ็บ หรือเลือดออกเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์อาจใช้ยาฆ่าเชื้อต่อเนื่อง 5 วัน ควบคู่ไปกับยาบรรเทาอาการปวดอักเสบร่วมด้วยได้ค่ะ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
การดูดไขมัน เป็นหัตถการทางการแพทย์เพื่อลดไขมันส่วนเกิน ด้วยการดูดไขมันออกมาจากบริเวณที่ต้องการ เป็นการกำจัดไขมันเซลล์ส่วนเกินใต้ชั้นผิวหนังออกอย่างถาวร ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่มาจากกรรมพันธุ์ หรือมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่สะสมเป็นเวลานาน แต่ทั้งนี้ไขมันก็ยังสามารถกลับมาสะสมได้หากไม่มีการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายร่วมด้วย
แพงมั้ย เริ่มต้นเท่าไหร่ ดูดไขมันจุดละเท่าไหร่
โดยทั่วไปแล้วการดูดไขมันแต่ละตำแหน่งจะคิดราคาเหมาตามจุด หรือตามปริมาณไขมันที่ต้องดูด ตามตำแหน่งที่ดูด อาจมีราคาต่างกันไปตามวิธีการ ตัวเครื่องที่ใช้ และการบริการที่ดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งคร่าว ๆ มีราคาดังนี้
- ดูดไขมันแขน/ดูดไขมันต้นแขน ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมันนมน้อย ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมันนม ราคาเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาท
- ดูดไขมันแก้ม/เหนียง ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมันสะโพก ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมันน่อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท
- ดูดไขต้นขา ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมัน ท้องด้านบน ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท
- ดูดไขมัน ท้องด้านล่าง ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,999 บาท



ดูดไขมันครั้งแรก จะเลือกคลินิกยังไงให้ปลอดภัย?
เชื่อว่าการตัดสินใจดูดไขมันครั้งแรกคงไม่ง่ายเลยใช่ไหมคะ หลายคนคงคิดไม่ตก ว่าต้องเลือกที่ไหนดี ต้องตัดสินหรือวัดจากอะไร ว่าที่ไหนจะดีกว่ากัน จะดูแลเราให้ปลอดภัยได้ไหม และที่ไหนจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจตามที่ต้องการที่สุด มาดูกันว่าสิ่งสำคัญที่สถานพยาบาลต้องมีคืออะไรบ้าง
- สถานพยาบาลต้องได้รับมาตรฐาน สะอาด เรียบร้อย
- ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ตรงตามมาตรฐาน มีใบรับรองถูกต้อง
- มีวิสัญญีแพทย์
- แพทย์ที่มีประสบการณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูดไขมันโดยเฉพาะ
- เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ มีการอบฆ่าเชื้อตามหลัก Sterilization
- มีพยาบาลดูแลเพียงพอต่อความต้องการของคนไข้
- มีห้องพักฟื้นรองรับ
- เปิดให้บริการมายาวนาน เพื่อดูถึงประสบการณ์ที่แพทย์มี
- การบริการของเจ้าหน้าที่ ควรเป็นมิตรและให้ข้อมูลที่ชัดเจน
- เลือกคลินิกที่มีราคาสมเหตุสมผล
หมอหญิงคือใคร
ดูดไขมัน หมอหญิง จาก คาเวร่าคลินิก (Kanwera Clinic) ที่เป็นคลินิกที่โดดเด่นในด้านการดูแลในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ คุณหมอหญิงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี มีการเอาใจใส่ดูแลเองในทุกเคสอย่างใกล้ชิด เป็นแพทย์ที่มากประสบการณ์ด้านการดูดไขมัน รวมถึงการทำหัตถการด้านความงาม การทำหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมัน และการเสริมความงามต่าง ๆ การกระชับรูปร่างด้วยเทคนิคต่าง ๆ โดยมีประสบการณ์ในการทำศัลยกรรมมากมาย สามารถประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด สวยที่สุด
ทำไมต้องดูดไขมันกับหมอหญิง คาเวร่าคลินิก
จะดูดไขมันทั้งทีก็ต้องเลือกคุณหมอหญิง ที่มีความเชี่ยวชาญ และมากประสบการณ์ในการทำหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและการปรับรูปร่าง โดยเฉพาะการดูดไขมัน หมอมีวิธีการที่สั่งสมมาจากประสบการณ์กว่า 10 ปี ทำให้ฟื้นตัวได้ไว ไม่ทำให้ผิวหนังเสียหาย ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และตรงตามความต้องการที่สุด นอกจากนี้ยังมีการประเมินร่างกายร่วมกับคนไข้ เพื่อออกแบบการรักษาอย่างละเอียดเฉพาะบุคคล เพื่อให้การดูดไขมันนั้นได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย
“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปีเรามีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษา และดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งห้องดูดไขมัน รวมถึงมีการบริการการนัดเข้ามา Follow up กับแพทย์ 1:1 ให้ประเมินร่วมกับคนไข้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการปรึกษา พร้อมให้คำแนะนำดูแลหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามผล เพื่อให้ผลลัพธ์หลังดูดไขมันตามที่คาดหวังไว้
