การดูดไขมันต้นขา คือ การสลายและดูดไขมันเฉพาะส่วนต้นขา เป็นหัตถการทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่ช่วยลดไขมัน หรือกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายบริเวณที่ลดได้ยากอย่างเช่นบริเวณต้นขา ที่มักมีไขมันสะสมส่วนเกินจำนวนมาก
การมีรูปร่างที่สวยสมส่วน ไม่มีไขมันส่วนเกิน มีเรียวขาที่สวยงามเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจ และบุคลิคภาพได้อย่างมากโดยเฉพาะสาวๆ แต่การที่อยากให้หุ่นสวย ต้นขาเรียวเล็ก ต้องออกกำลังกายอย่างหนัก ต้องคุมอาหาร และใช้เวลานาน เพราะต้นขาเป็นบริเวณที่ลดยากมาก บางคนพยายามอย่างหนักแต่ต้นขาก็ไม่เรียวเล็กสักที ทำให้หลายๆ คนมองหาทางลัดที่ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว “การดูดไขมันต้นขา” เป็นวิธีที่เป็นที่นิยม และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด นอกจากจะช่วยให้ต้นขาเรียวสวย ผิวเฟิร์มกระชับแล้วยังช่วยเสริมก้นและสะโพกให้ได้ทรงสวยชัดขึ้นอีกด้วย สำหรับคนที่มองหาวิธีลดต้นขาอยู่วันนี้หมอมีเรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจดูดไขมันลดต้นขามาไว้ให้ที่บทความนี้แล้วค่ะ
ดูดไขมันต้นขาคืออะไร?
การดูดไขมันต้นขา เป็นหัตถการทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่ช่วยลดไขมัน หรือกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายบริเวณที่ลดได้ยากอย่างเช่นบริเวณต้นขา ที่มักมีไขมันสะสมส่วนเกินจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งมักเกิดจากกรรมพันธ์ุและการสะสมไขมันจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นในกลุ่มของไขมัน แป้ง น้ำตาล และอาหารรสจัด รวมถึงการดื่มน้ำน้อย และไม่ออกกำลังอีกด้วย การดูดไขมันต้นขาจึงเป็นวิธีลดต้นขาใหญ่ ผิวไม่กระชับได้ดี รวดเร็วมากๆ และเห็นผลทันทีหลังทำ โดยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ดูดไขมันสะสมบริเวณเหนือกล้ามเนื้องเป็นการเปิดแผลสอดท่อขนาดเล็กเข้าไปและใช้เวลาไม่นาน ในปัจจุบันการดูดไขมันมีความปลอดภัยสูงมาก แต่ต้องเลือกทำในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม มีแพทย์ที่มากประสบการณ์ในการดูดไขมันสูง
ดูดไขมันที่ขามีกี่วิธี? ดูดส่วนไหนบ้าง?
ในปัจจุบันการดูดไขมันได้รับความนิยมอย่างมาก และเทคโนโลยีก็มีความก้าวหน้าทำให้มีการผลิตเครื่องดูดไขมันออกมาหลายเครื่อง มีหลายพลังงาน ซึ่งเครื่องดูดไขมันแต่ละพลังงานถูกสร้างมาเพื่อใช้งานกับตำแหน่งของบริเวณที่ต้องการดูดไขมัน ความต้องการ และปัญหาที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีคุณสมบัติและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
การดูดไขมันด้วยคลื่นไฟฟ้า (Body Tite Pro)
การดูดไขมันด้วยคลื่นไฟฟ้า (Body Tite Pro) คือการใช้เทคนิคพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency Assisted Liposuction) ร่วมกับคลื่นความร้อนเข้าไปละลายไขมันให้แตกตัว และดูดออกมาได้ง่าย ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง และได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา เพราะได้ผลทั้งกำจัดไขมันและทำให้ชั่นหนังแท้มีการสารคอลลาเจนเพิ่มขึ้นส่งผลให้ผิวกระชับขึ้นได้พร้อมๆ กันได้อีกด้วย
ข้อดีของการดูดไขมันด้วยคลื่นไฟฟ้า
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจาก US FDA และ อย.ไทย มีความปลอดภัยสูง
- บริเวณที่ดูดไขมันสามารถกำจัดเชลดูไลท์ ทำให้ผิวหนังจะเรียบเนียนขึ้น
- ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับขึ้น
- มีแผลเล็ก และไม่ค่อยบวมช้ำ ฟื้นตัวได้เร็ว
- ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้ทันที
การดูดไขมันแบบเวเซอร์ Vaser Smooth 2.2
การดูดไขมันแบบเวเซอร์ Vaser Smooth 2.2 (The Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance: VASER Liposuction) คือนวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องดูดไขมันพลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ใช้ความร้อนสลายไขมันให้แตกตัวเป็นของเหลว เพื่อให้ง่ายต่อการดูดออกมาโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบ ๆ ได้รับความเสียหาย สามารถดูดไขมันออกมาได้ในปริมาณมากๆ และคนที่มีไขมันหรือมีพังผืดเยอะ
ข้อดีของการดูดไขมันแบบเวเซอร์ Vaser Smooth 2.2
- ดูดไขมันด้วยวิธีนี้มีความปลอดภัยสูง
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจาก US FDA และ อย.ไทย
- สามารถดูดไขมันออกมาได้ในปริมาณมากในครั้งเดียว
- สามารถดูดไขมันในบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก
- มีแผลเล็ก ลดการเกิดรอยฟกช้ำและบวมหลังการรักษา ทำให้แผลหายเร็ว
- หลังดูดไขมันเสร็จ แผลจะมีขนาดเล็ก สามารถกลับบ้านได้ทันทีไม่ต้องนอนพักฟื้น
การดูดไขมันแบบ J – Plasma
การดูดไขมันแบบ J – Plasma เป็นนวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกาที่ผสานพลังงานคลื่นความถี่วิทยุและพลาสมาเฮเลียม ทำให้เส้นใยและเนื้อเยื่อต่างๆ ใต้ผิวหดตัวเข้าอย่างรวดเร็ว ช่วยทำให้ผิวเฟิร์ม กระชับขึ้นและปรับสัดส่วนทันที
ข้อดีของการดูดไขมันแบบ J – Plasma
- ผิวเฟิร์มกระชับและปรับสัดส่วนได้ทันทีหลังทำ และเห็นผลขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องหลังทำ 3-6 เดือน
- ไม่เจ็บตัวเท่าการดูดไขมัน
- ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วหลังผ่าตัด
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- ไม่ต้องใส่ชุดกระชับนานเหมือนเคสอื่น ๆ
- หลังทำผิวกระชับในระยะยาว ไม่ต้องทำซ้ำ
- ยกกระชับได้ทุกส่วนของร่างกาย
- แผลมีขนาดเล็กมากๆ
- ยกกระชับผิวได้อย่างแม่นยำ และตรงจุด
การดูดไขมันด้วยพลังน้ำ (Water Jet หรือ Body Jet)
การดูดไขมันด้วยพลังน้ำ (Water Jet หรือ Body Jet) เป็นนวัตกรรมจากเยอรมนีด้วยเทคนิคการใช้พลังงานน้ำเข้าไปแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อผิวหนังก่อนดูดไขมันออกมา ทำให้ไขมันไม่โดนความร้อนทำลาย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการนำไขมันส่วนนี้ไปเติมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายต่อได้ เช่น เติมไขมันหน้าอก เติมไขมันสะโพก เป็นต้น
ข้อดีของการดูดไขมันด้วยพลังน้ำ
- กระบวนการดูดไขมันอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน เนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณใกล้เคียงจึงไม่บอบช้ำ
- แทบไม่มีร่องรอยและไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ผิวหนังไม่เสี่ยงไหม้ และไม่เป็นคลื่น
- ไขมันที่ดูดออกมาเป็นไขมันที่สามารถนำกลับมาใช้เติมเต็มในบริเวณที่ต้องการได้
การดูดไขมันแบบ MicroAire PAL (Power Assisted Liposuction: PAL)
การดูดไขมันแบบ MicroAire PAL (Power Assisted Liposuction: PAL) คือเทคโนโลยีระบบสั่น อีกหนึ่งนวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกา ใช้แรงสั่นสะเทือนทำให้ไขมันแตกตัว โดยไม่ต้องเข้าไปทำลายถึงใต้ชั้นผิวหนัง ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมใต้ชั้นผิวหนัง เหมาะกับการใช้คู่กับเครื่องดูดไขมันชนิดอื่น ๆ มีประสิทธิภาพในการแยกชั้นไขมันที่สะสมมานานจนเป็นพังผืดได้ดี สามารถสลายไขมันได้ในปริมาณมาก เหมาะกับการดูดไขมันในตำแหน่งที่ดูดยาก
ข้อดีของการดูดไขมันแบบ MicroAire PAL
- สามารถดูดไขมันปริมาณมากออกมาได้ในเวลาสั้นๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดไขมันโดยเฉพาะท่านที่เคยดูดไขมันมาก่อน และต้องการทำซ้ำ
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจาก US FDA และ อย.ไทย
- ไม่ทำให้เนื้อเยื่อบวมหรือบอบช้ำจากการเสียดสีของแท่งดูดไขมัน
- Microaire PAL มีหัวดูดไขมันที่หลากหลาย จึงเหมาะกับการใช้งานในหลายๆ บริเวณของร่างกาย
- สามารถดูดไขมันในบริเวณที่เข้าถึงยาก เก็บไขมันได้อย่างละเอียด
- เมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยีเครื่องอื่นๆ จะทำให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- แผลจะมีขนาดเล็กมากๆ ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้ทันที
ดูดไขมันต้นขา ส่วนไหนได้บ้าง?
ต้นขา (Leg and Thighs) คือส่วนที่อยู่เหนือเข่าไปจนถึงสะโพก สำหรับผู้ที่มีปัญหาต้นขาใหญ่ที่เกิดจากไขมันสะสมนั้น สามารถดูดไขมันต้นขาออกได้ด้วยวิธีดังนี้
ㆍ ดูดโขมันต้นขาด้านนอก (outer thighs liposuction) ส่วนของต้นขาด้านนอก หรือส่วนที่ขยายออกด้านข้างลำตัว
ㆍ ดูดไขมันต้นขาด้านใน (inner thighs liposuction) ส่วนของต้นขาด้านใน ที่มักทำให้เกิดปัญหาขาเบียดจนเป็นแผล
ㆍ ดูดไขมันต้นขาด้านหน้า (front thighs liposuction Anterior) หรือที่เรียกว่าหน้าขาด้านบน หากมองด้านข้างจะมีลักษณะปูดขึ้นมาเหมือนขากบ
ㆍ ดูดไขมันต้นขาด้านหลัง (back thighs liposuction / Posterior) เป็นบริเวณด้านหลังที่มักจะเห็นเซลล์ลูไลท์ชัด
การดูดไขมันบริเวณต้นขาจำเป็นต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อน และจะต้องเลือกหมอที่เชี่ยวชาญอย่างมากเพราะเป็นจุดที่ต้องใช้ความระมันระวังสูง เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดขนาดขาไม่เท่ากันได้ และบริเวณต้นขมีโครงสร้างภายในประกอบด้วยพังผืดและส่วนยึดติด (Adhesion Zone) การดูดไขมันในบริเวณนี้จึงต้องการความชำนาญและรักษาของแพทย์เป็นพิเศษ การดูดไขมันต้นขาที่ถูกต้อง ไม่ใช่การดูดให้ได้ออกมาเยอะที่สุด แต่จะต้องดูดไขมันออกมาในปริมาณที่เหมาะสม พอดีกับสัดส่วนของคนไข้ รวมทั้งแพทย์จะออกแบบการดูดไขมันเพื่อให้รูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น และไม่เกิดผลแทรกซ้อน เช่นผิวไม่เรียบ ผิวเป็นคลื่น ผิวไม่กระชับ บุ๋มหรือขรุขระเหมือนผิวส้ม
การเลือกแพทย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะแพทย์จะสามารถเลือกเครื่องมือที่ใช้ในการดูดไขมันได้เหมาะสม และประเมิณรูปร่างและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ที่ “คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส
การดูดไขมันต้นขา ช่วยอะไร
การมีต้นขาที่ใหญ่ ทำให้รูปร่างดูไม่สมส่วน ไม่สวยงาม หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการเกิดขาเบียด เกิดการเสียดสีจนเป็นแผล การลดไขมันต้นขาจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ขาเล็กลง เรียวขึ้น ผิวเฟิร์มกระชับได้สัดส่วน รวมทั้งยังช่วยเสริมก้นและสะโพกให้ได้ทรงสวยชัดขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นผลไว ส่งผลให้มีความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าและการใช้ชีวิตมากขึ้น
ดูดไขมันต้นขาเหมาะกับใคร?
บริการดูดไขมันต้นขาเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาขาใหญ่ ดังนี้
- คนที่มีรูปร่างส่วนบนผอมแต่ต้นขาใหญ่มาก จนส่งผลให้ไม่มั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า
- คนตัวเล็ก แต่ขาใหญ่
- คนที่มีไขมันสะสมต้นขามาก ๆ จนขาเบียดจนเป็นแผล
- คนที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณต้นขา ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่ต้นขาไม่ลดลง
- คนที่ต้นขาใหญ่ ต้นขาย้วย มีเซลล์ลูไลท์สะสมเยอะ ที่เกิดจากการรับประทานอาหารประเภทไขมัน แป้ง น้ำตาล ของมัน ของทอดมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ
- คนที่มีปัญหาเฉพาะส่วน เช่น ต้นขาด้านนอกใหญ่ ใส่กางเกงแล้วปลิ้นออกด้านข้าง หรือ ต้นขาด้านในใหญ่ ปูดออกเหมือนขากบก็สามารถดูดไขมันเฉพาะส่วนได้
- คนที่อยากลดไขมันต้นขาแบบเร่งด่วน
การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันต้นขา
ก่อนการดูดไขมันต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำและเทคนิคของหมอโดยละเอียดและต้องมีการเตรียมตัว หรือมีข้อห้ามบางข้อที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ โดยการเตรียมตัวก่อนดูดไขมันมีดังนี้
- เมื่อพบแพทย์ควรปรึกษา แจ้งภาวะสุขภาพให้แพทย์ทราบทั้งหมด ทั้งโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด รวมถึงอาการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง และถามคำถามหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ให้ละเอียดให้ได้มากที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- งดการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนดูดไขมัน
- เตรียมพร้อมร่างกายก่อนเข้ารับการทำการดูดไขมัน งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หยุดการสูบบุหรี่และสารที่ก่อให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการดูดไขมัน เนื่องจากอาจทำให้แผลหายช้า และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
- อาบน้ำและสระผม ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย งดการแต่งหน้าและทาเล็บ เพื่อให้แพทย์สังเกตอาการต่างๆ ได้
- กรณีดมยาสลบ ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสูดสำนักน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร
- ควรเตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สะดวก และไม่สัมผัสแผลขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า
- ควรพาเพื่อนหรือญาติมาเป็นผู้ดูแล เพื่อพากลับในวันผ่าตัด
ขั้นตอนการดูดไขมันต้นขา
- ปรึกษาประเมินการออกแบบรูปร่างแบบ 1:1 ก่อนเริ่มดูดไขมันต้นขา : ที่คาเวร่า – Kanwera Clinic คุณหมอจะมีการประเมิณปัญหาของคนไข้และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้มากที่สุด หลังจากทำการประเมินเรียบร้อย หมอจะทำการวารวาดรูป Mark ตำแหน่งที่ต้องการดูดไขมัน วัดสัดส่วน และถ่ายรูปไว้
- ใส่ Tumescent : ก่อนจะใส่ Tumescent แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่จะดูดไขมันต้นขา และบริเวณใกล้เคียง จากนั้นจะฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำการเปิดแผล โดยจะเปิดแผลเล็กๆ ประมาณ 1-3 มิลลิเมตร จากนั้นจะใส่ Tumescent ที่มีส่วนผสมของยาชา น้ำเกลือ และอะดรีนาลีน เข้าไปที่ใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดการเสียเลือด ลดโอกาสบาดเจ็บของเส้นเลือดและเส้นประสาท ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ทั้งยังช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลงอีกด้วย และวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
- การสลายเซลล์ไขมัน : ในขั้นตอนนี้ จะเป็นการใช้เครื่องดูดไขมันมาใช้ในการสลายเซลล์ไขมัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมประกอบกับความต้องการของผู้รับการดูดไขมัน เช่น สำหรับคนไข้ที่ต้องการเอาไขมันไปเติมส่วนอื่นๆ ของร่างกาย อย่างหน้าอก สะโพก หรือผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนานและเจ็บน้อยที่สุด
- การดูดไขมัน : หลังจากแยกเซลล์ไขมันเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันออกมาตามปริมาณที่แพทย์วางแผนไว้
- การพักฟื้น : เมื่อดูดไขมันเรียบร้อยแล้วคนไข้จะได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาล ประเมิณอาการหลังทำประมาณ 2-3 ชั่วโมง และสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อไป
- นัดดูผลลัพธ์ : หลังจากดูดไขมันต้นขาครบ 2 สัปดาห์ หมอจะนัดเข้ามาดูผลและทำนวัตกรรมกระชับผิว RF และเลเซอรืเพื่อลดบวม

การดูแลตัวเองหลังดูดไขมันต้นขา
หลังการดูดไขมันต้นขา คนไข้จำเป็นต้องดูแลตัวเองให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถปฏิบัติตนได้ดังนี้
- กินยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาลดบวม และยาฆ่าเชื้อ ตามคำแนะนำของแพทย์
- ห้ามแผลโดนน้ำโดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ทำแผลอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ทำแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ โดยทำความสะอาดและปิดผ้ากอซทุก 1-2 วันจนกว่าจะตัดไหม
- งดกินยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เช่น ยาแก้ปวด ยารักษาอาการซึมเศร้า วิตามินอี น้ำมันปลา
- งดกินอาหารไม่สะอาด อาหารทะเล ของเค็ม ของหมักดอง
- งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
- เมื่อครบ 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดตัดไหม ห้ามทายาป้องกันแผลเป็น แต่ใช้ถูนวดเบาๆ บริเวณฟกช้ำได้
- หลัง 1 เดือน สวมใส่ชุดกระชับสัดส่วน (Pressure Garment) วันละ 18 – 20 ชั่วโมง หลังใส่แล้วประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง ให้ปลดตะขอหรือถอดพัก 30 นาที – 1 ชั่วโมง ป้องกันแผลกดทับ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือยกของหนักในช่วง 1 เดือนหลังการดูดไขมัน
- หากมีไข้สูง แผลบวมแดง คลื่นไส้จนทานอาหารไม่ได้ มีแผลจากการใส่ชุดกระชับ แนะนำให้รีบมาพบแพทย์
ดูดไขมันต้นขาพักฟื้นนานไหม?
วิธีการดูดไขมันต้นขาใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ร่างกายจะปรับสภาพกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในช่วงแรกจะต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น การใส่ชุดกระชับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการดูดไขมันต้นขาออกมาเป็นการกำจัดไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นผิว ที่อยู่ระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ เมื่อดูดไขมันออกไปผิวหนังในบริเวณดังกล่าวจะเกิดเป็นช่องว่างใต้ผิว จะทำให้หย่อนคล้อยลง การใส่ชุดกระชับสัดส่วนจะช่วยพยุงผิวบริเวณต้นขาให้เข้าที่และกระชับขึ้น การใส่ชุดกระชับยิ่งสวมนานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ผิวหนังติดกับกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้นเท่านั้น โดยแนะนำหลังดูดไขมัน 1 เดือน ให้สวมใส่ชุดกระชับสัดส่วน (Pressure Garment) วันละ 18 – 20 ชั่วโมง
ดูดไขมันต้นขา อันตรายไหม?
การดูดไขมันในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวและไม่อันตราย เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อดูดไขมันโดยเฉพาะ แผลเล็ก เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ต้องเลือกสถานบริการที่น่าเชื่อถือ ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สะอาด ปลอดภัยและทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันโดยเฉพาะ
ดูดไขมันต้นขาเจ็บไหม?
ในปัจจุบันการดูดไขมันต้นขาจะเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาออกมาเพื่อให้ลดความเจ็บปวด และได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น รวมทั้งลดระยะเวลาการทำ อีกทั้งเทคโนโลยีหลากหลายตัวที่ช่วยสลายไขมันให้แตกตัวเพื่อให้ง่ายในการดูดออกมาโดยไม่ต้องใช้แรงกระทุ้งให้ไขมันแตกตัวเหมือนสมัยก่อน รวมทั้งในปัจจุบันใช้ยาชาแทนการวางยาสลบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ดูดไขมันต้นขาแล้วขาเล็กลงตลอดไปไหม
การดูดไขมันต้นขาคือการดูดไขมันออกไปเกือบถาวร แต่ไขมันยังสามารถกลับมาได้อีกจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตได้เช่นกัน หากบริโภคอาหารเช่น แป้ง น้ำตาล ของมัน ของทอด เกินความจำเป็นโดยไม่ออกกำลังไขมันจะเกิดการสะสมอีกได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามการดูดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสัดส่วนเพื่อให้รูปร่างดูสมส่วน สวยงาม เพิ่มความมั่นใจในการสวมเสื้อผ้าได้มากขึ้น

ผลข้างเคียงจากการดูดไขมันต้นขา
- การดูดไขมันต้นขาหากกระทำโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญมากพอ หรือใช้วิธีการไม่เหมาะสม ก็อาจจะส่งผลให้ผิวไม่กระชับ ผิวไหม้ ผิวย้วยได้
- เกิดเป็นผิวบุ๋มเป็นผลส้ม หลังการดูดไขมันต้นขานั้นเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะดูดไขมันขาด้านนอก เนื่องจากระหว่างการดูดไขมันการนอนท่าตะแคงกระดูกส่วนสะโพกจะเด่น ทำให้แพทย์บางท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นไขมันและดูดหนักมากเกินไปจนเรียบ แต่เมื่อกลับมาท่ายืนตรง ถึงเพิ่งจะพบว่าดูดมากเกินไปจนบุ๋ม
- ผิวไม่เรียบ เหลือเป็นรอยลักษณะเป็นคลื่นอยู่ เกิดจากการนำไขมันออกในชั้นผิวที่ไม่ลึกมากพอ หรือบางรายผิวอาจแข็ง เนื่องจากเนื้อเยื่อแข็งขึ้น แต่สามารถรักษาได้โดยการนวด
- ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกิดจากการให้ยาสลบและยาชา ซึ่งขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของผู้รับบริการดูดไขมันแต่ละคน และการเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมของแพทย์
- อาการปวดระบม เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกกระทบกระเทือนจากการดูดไขมัน โดยทั่วไปจะหายภายในประมาณ 1 สัปดาห์
ข้อควรระวัง เมื่อตัดสินใจดูดไขมันต้นขา
- หากแพทย์ไม่มีความชำนาญ ไม่เข้าใจสัดส่วนของคนไข้ดีพอ อาจมีความเสี่ยงในการดูดไขมันต้นขาไม่เท่ากันได้
- สถานพยาบาลไม่มีอุปกรณ์ดูดไขมันที่หลากหลาย สำหรับใช้ในแต่ละบริเวณทำให้ต้องเจาะรูดูดไขมันมากเกินไปจนเกิดเป็นรอยแผลหลังดูดไขมันได้
- หากแพทย์ไม่ชำนาญการใช้เครื่องดูดไขมัน อาจทำให้เกิดผิวไหม้ ผิวบุ๋ม ผิวเป็นคลื่น เนื่องจากใช้ค่าพลังงานความร้อนที่มากเกินไปได้
- หลังการดูดไขมันต้นขา คนไข้ไม่ใส่ชุดกระชับต้นขา อาจทำให้เกิดก้อนซีโรมา (Seroma) ได้
วิธีเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ
การดูดไขมันบริเวณต้นขา หรือส่วนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจดูดไขมันควรพิจารณาเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการดูดไขมันหากพลาดแล้วแก้ยาก!!
- สถานพยาบาลน่าเชื่อถือ ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สะอาด ปลอดภัย
- ทีมแพทย์ที่ให้บริการดูดไขมัน มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในการดูดไขมันทุกส่วนของร่างกาย
- มีห้องผ่าตัดที่มีความปลอดเชื้อสูงตามหลักมาตรฐานสากล
- มีเครื่องดูดไขมันที่ครบครัน ทันสมัยพร้อมให้บริการในแต่ละตำแหน่งของร่างกายและผ่านมาตรฐานสากล
- ดูดไขมันแบบยาชาหรือยาสลบแบบ 1:1 โดย “วิสัญญีแพทย์”
- มีรีวิวดูดไขมันต้นขาเยอะ มีหลายมุมให้ดู
- มีราคาที่สมเหตุสมผล ไม่บวกเพิ่ม
จากประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี “คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล นอกจากต้นขาแล้ว ยังสามารถดูดไขมันหน้าท้องได้ด้วย พร้อมทั้งห้องดูดไขมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และปลอดเชื้อ รวมถึงมีการบริการทั้งก่อนและหลังการรักษาพร้อมให้คำแนะนำดูแลหลังดูดไขมันอย่างใกล้ชิด เราเน้นการดูแลอย่างจริงจัง พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทั้งการติดตามผล การนัดเข้ามา Follow up กับแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาแบบที่คาดหวังไว้