ดูดไขมันเจ็บไหม? เปรียบเทียบ VASER, BodyTite, J-Plasma,Ultra Z

March 22, 2025
ดูดไขมันเจ็บไหม? เปรียบเทียบ VASER, BodyTite, J-Plasma,Ultra Z
ในบทความนี้

การดูดไขมันเป็นการทำหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แน่นอนว่าใคร ๆ ก็รักตัวเอง อยากเห็นตัวเองมีหุ่นเฟิร์ม หรือหุ่นที่ดูดี เพราะปัจจุบันเทรนด์หุ่นสวยแบบพี่สาวชาวจีนเองก็กำลังมาแรง ทำเอาใครหลายคนรีบลุกมาออกกำลังกายเลยใช่ไหมคะ แต่หนึ่งในนั่นคงยังมีคนที่ออกกำลังกายหรือคุมอาหารแล้วสัดส่วนยังไม่ลดอยู่ใช่ไหมคะ ดังนั้นการดูดไขมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการกำจัดไขมันส่วนเกิน และปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น สร้างหุ่นสวยให้ตัวเอง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องดูดไขมันแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดไขมันแบบไหน ทุกแบบก็จะมีเทคนิค และผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับปัญหาหรือความต้องการของคนไข้ที่แตกต่างกันไปเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังกังวลถึงความเจ็บระหว่างทำ ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องดูดไขมันแต่ละประเภท ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณที่สุดกันค่ะ

ดูดไขมันเจ็บไหม ระหว่างดูดไขมันจะทนได้รึเปล่า

การดูดไขมันเป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนเลือกใช้เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ออกไป แต่มักจะมีคำถามที่ตามมาคือ “ดูดไขมันเจ็บไหม” หรือ “ระหว่างดูดไขมันจะทนได้รึเปล่า” เพราะแน่นอนว่าหลายคนอาจเคยได้ยินมาจากที่อื้่น เล่านต่อ ๆ กันมานานเรื่องความเชื่อนี้ จนอาจรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทำ

ดังนั้นต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเราก้าวกระโดดไปไกลมากแล้ว การดูดไขมันในปัจจุบันมีเทคนิคและวิธีการที่ช่วยลดความเจ็บปวดลงได้มากขึ้น แถมยังมีการใช้ยาชาหรือยาสลบเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้นในระหว่างการทำ ดังนั้นในขณะทำหัตถการอาจมีความเจ็บอยู่บ้างในกรณีที่ใช้ยาชา แต่ไม่ใช่ความเจ็บที่ทรมานจนไม่ไหว เพราะมีการใช้ยาชาอยู่เสมอ อาจรู้สึกว่ามีอะไรมาโดนตัวหรือยุบยิบบ้าง ส่วนอาการหลังการทำก็จะพบได้ทั่วไป เช่น อาการบวม หรือปวดเล็กน้อย ซึ่งก็สามารถทนได้หรือควบคุมได้ด้วยการใช้ยาระงับปวด

ดูดไขมันส่วนไหนเจ็บที่สุด

ต้องขออธิบายก่อนค่ะว่าสำหรับการดูดไขมันจะมีความเจ็บปวดเหมือนกันหมดทุกจุด แต่ทั้งนี้จะปวดมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมัน ปริมาณที่ต้องการดูด ซึ่งบริเวณที่อาจมีอาการเจ็บที่สุดมีดังนี้ 

  1. ต้นแขน หรือปีกหลัง โดยเฉพาะบริเวณด้านในของแขน ซึ่งมีไขมันไม่มากนักแต่มีเนื้อเยื่อที่ละเอียด
  1. เอวและสะโพก เป็นบริเวณที่ไขมันมักจะหนา และกระจายตัวอยู่วงกว้าง ทำให้การดูดไขมันอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าบริเวณอื่น
  1. ต้นขา โดยเฉพาะต้นขาด้านใน ซึ่งมีไขมันที่ค่อนข้างหนาและมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึก
  1. หน้าท้อง เพราะมีชั้นไขมันที่หนาและบริเวณนี้มีการเคลื่อนไหวบ่อย อาจทำให้รู้สึกเจ็บ
  1. ใต้คาง บริเวณนี้จะมีเนื้อเยื่อที่บอบบางและใกล้กับเส้นประสาท ทำให้บางคนอาจรู้สึกเจ็บได้มากกว่าบริเวณอื่น

 ทั้งนี้ด้วยนวัตกรรมที่ไปไกล ทำให้ความเจ็บลดน้อยลงเยอะมาก แม้ว่าการดูดไขมันจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการทำ แต่หลังจากการดูดไขมันแล้วจะมีความรู้สึกบวมและเจ็บปวด ซึ่งสามารถใช้ยาแก้ปวดได้ตามที่แพทย์สั่งเมื่อมีอาการปวด 

ดูดไขมันเจ็บไหม? สำหรับการดูดไขมันจะมีความเจ็บปวดเหมือนกันหมดทุกจุด แต่ทั้งนี้จะปวดมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมัน ปริมาณที่ต้องการดูด

ดูดไขมัน มีวิธีไหนบ้าง

การดูดไขมัน (Liposuction) ปัจจุบันได้กลายเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่มาจากกรรมพันธุ์ หรือมาจากพฤติกรรมการกินของมันที่สะสมเป็นเวลานาน เพื่อช่วยปรับรูปทรงของร่างกายให้ดูสวยงามขึ้น หุ่นดูลีน หุ่นเฟิร์มกระชับขึ้น ดังนั้นมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง

  • Vaser

การดูดไขมันแบบเวเซอร์ Vaser Smooth คือ เครื่องดูดไขมันพลังงานคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) สลายไขมันให้แตกตัวเป็นของเหลวก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการดูดออกมาโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้าง

  • Ultra Z

การดูดไขมันแบบ Ultra Z เป็นเทคโนโลยีการดูดไขมันด้วยพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) ความถี่สูง สามารถทำได้ทั่วร่างกาย ใช้สลายไขมันเพื่อลดสัดส่วนได้อย่างตรงจุดและช่วยกระชับผิวในเวลาเดียวกันโดยใช้เวลาไม่นาน 

  • BodyTite

การดูดไขมันด้วยคลื่นไฟฟ้า (Body Tite) คือการใช้เทคนิคพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ร่วมกับคลื่นความร้อนเข้าไปละลายไขมันให้แตกตัว ได้ผลทั้งกำจัดไขมันและการยกกระชับผิว แผลขนาดเล็ก

  • J-Plasma

นวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกาที่ผสานพลังงานคลื่นความถี่วิทยุและพลาสมาเฮเลียม ทำให้เส้นใยและเนื้อเยื่อใต้ผิวหดตัวเข้าอย่างรวดเร็ว ช่วยทำให้ผิวเฟิร์มหลังทำ

VASER Liposuction 

  • หลักการทำงาน 

VASER Liposuction ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (ultrasound) ในการสลายไขมันก่อนที่จะดูดออกจากร่างกาย โดยคลื่นเสียงจะทำให้ไขมันแตกตัวออกจากเนื้อเยื่อโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง เช่น เส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีความเสี่ยงน้อยลง

  • เหมาะกับใคร
    • คนที่มีไขมันสะสมเฉพาะบางจุด เช่น บริเวณเอว หน้าท้อง สะโพก หรือบริเวณที่มีไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก
    • คนที่มีผิวหนา มีผังผืดเยอะ หรือมีไขมันที่แข็งและยากต่อการดูดออกด้วยวิธีดั้งเดิม
    • คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำ เพราะ VASER สามารถกำหนดและควบคุมการดูดไขมันได้ดี

ข้อดีของ VASER Liposuction

  • ลดการบาดเจ็บจากเนื้อเยื่อใกล้เคียง
  • ช่วยกระชับผิวให้เรียบเนียน ผิวไม่หย่อนคล้อย และช่วยลดเซลลูไลท์
  • ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ลดไขมันในจุดที่ต้องการได้ดี
  • ดูดไขมันได้ทุกส่วนในร่างกาย และดูดได้เยอะ
  • เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ยากต่อการดูดไขมัน เช่น คาง ท้องน้อย หรือต้นขา 
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว

ข้อเสียของ VASER Liposuction

  • เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเยอะ มวลไขมันหนาแน่น
  • เสี่ยงเกิดผิวไหม้ และอาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน 
  • ไม่สามารถนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่นต่อได้
  • หลังดูดไขมันอาจเกิดพังผืด และทำให้ผิวเป็นคลื่น

Ultra Z 

  • หลักการทำงาน

Ultra Z ใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูง (High-Frequency Ultrasound) ในการสลายไขมัน โดยคลื่นอัลตราซาวด์ส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันและทำให้ไขมันแตกตัวออกมาได้ง่ายขึ้น จากนั้นจะทำการดูดไขมันออกจากร่างกาย ด้วยวิธีการนี้ไขมันจะถูกทำลายและกำจัดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการซึ่งผสมผสานเทคนิคการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงและการดูดไขมันในกระบวนการเดียวกัน จึงได้ทั้งลดไขมันและกระชับผิวในเวลาเดียวกัน 

  • เหมาะกับใคร
    • คนที่มีไขมันหนาหรือสะสมในจุดที่ยากต่อการดูดไขมัน เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก เอว
    • คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่เร็วขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้การดูดไขมันง่ายและรวดเร็วขึ้น
    • คนที่มีผิวหนา หรือคนที่เคยมีการดูดไขมันมาก่อนแล้ว แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในบางจุด

ข้อดีของ Ultra Z Liposuction

  • สามารถดูดไขมันปริมาณมากได้ในครั้งเดียว
  • การกระชับผิวคือจุดเด่นของ Ultra Z เพราะคลื่นเสียงช่วยกระชับผิวให้ตึงและเรียบเนียนหลังการดูดไขมัน
  • สามารถทำแนว Six Pack หรือ Sexy Line ได้
  • เหมาะสำหรับพื้นที่เฉพาะจุด ในบริเวณที่ยากต่อการลดเอง
  • ลดการเกิดเซลลูไลท์ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
  • ใช้ระยะเวลาในการดูดไขมันน้อย
  • การฟื้นตัวได้เร็ว และมีอาการบวมที่น้อยกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม

ข้อเสียของ Ultra Z Liposuction

  • ไม่สามารถนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่นต่อได้
  • เสี่ยงเกิดผิวไหม้ และอาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน หากแพทย์ไม่มีความชำนาญมากพอ
  • หลังดูดไขมันอาจเกิดพังผืด และทำให้ผิวเป็นคลื่น
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน 

BodyTite

  • หลักการทำงาน

การดูดไขมันด้วยคลื่นไฟฟ้า BodyTite ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) ที่มีความถี่สูง ร่วมกับคลื่นความร้อน เพื่อช่วยในการละลายไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกัน โดยคลื่นวิทยุจะส่งพลังงานเข้าไปในชั้นไขมันทำให้ไขมันละลายออกจากเนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น และในเวลาเดียวกันจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้นหลังการทำ

  • เหมาะกับใคร
    • คนที่ต้องการกระชับผิว บริเวณที่มีการหย่อนคล้อย เช่น บริเวณหน้าท้องหรือสะโพก แขนย้วย หน้าท้องย่น ใต้ตาลึก ตีนกาเยอะ หรือแม้แต่ปัญหาคอเหี่ยวย่น
    • คนที่มีไขมันสะสมในปริมาณปานกลางถึงน้อย
    • ผู้ที่ต้องการลดปัญหาริ้วรอยเร่งด่วน
    • ผิวเรียบเนียนไม่เป็นคลื่นขรุขระหลังดูด
    • คนที่ไม่ต้องการการผ่าตัดใหญ่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์คล้ายการผ่าตัดดูดไขมันแต่มีความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องการการฟื้นตัวที่ยาวนาน

ข้อดีของ BodyTite

  • ผิวไม่หย่อนคล้อยหลังทำ
  • เป็นวิธีที่ไม่ค่อยเจ็บ ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังทำ
  • สามารถทำในตำแหน่งเล็กที่เข้าถึงยากได้ง่ายกว่า
  • ฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากการไม่ต้องมีการผ่าตัดใหญ่ 
  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ 
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับ
  • มีความเสี่ยงน้อยกว่าการทำศัลยกรรมผ่าตัดแบบดั้งเดิม
  • เหมาะสำหรับบริเวณที่ยากต่อการลดไขมัน เช่น บริเวณใต้คาง หน้าท้องส่วนล่าง หรือบริเวณรอบสะโพก

ข้อเสียของ BodyTite

  • ไม่เหมาะกับเคสที่มีปัญหาผิวย้วยหนัก
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมจำนวนมาก
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำในบริเวณที่ทำการดูดไขมัน 
ดูดไขมันเจ็บไหม ด้วยนวัตกรรมที่ไปไกล ทำให้ความเจ็บลดน้อยลงเยอะมาก แม้ว่าการดูดไขมันจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการทำ แต่หลังจากการดูดไขมันแล้วจะมีความรู้สึกบวมและเจ็บปวดบ้าง

J-Plasma

  • หลักการทำงาน

J-Plasma ใช้เทคโนโลยีพลาสมาจากฮีเลียม (Helium Plasma) ซึ่งเป็นพลังงานที่มีอุณหภูมิสูงถึง 85 องศาเซลเซียลแต่ขณะเดียวกับก็ทำให้เย็นในเวลาเดียวกันในเวลาเสี้ยววินาที โดยไม่เสี่ยงกับปัญหาผิวไหม้ และสามารถกระชับผิว โดยการปล่อยพลังงานพลาสมาจะทำให้ไขมันละลายออกได้ง่ายและช่วยกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยไปพร้อมกัน ซึ่งผลที่ได้คือการดูดไขมันและการยกกระชับผิวที่มีประสิทธิภาพสูง

  • เหมาะกับใคร
    • คนที่ต้องการกระชับผิวหลังดูดไขมัน ที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือไม่กระชับ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีไขมันสะสมในระดับปานกลาง เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก หรือใต้คาง
    • คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นชัดเร็ว เนื่องจาก J-Plasma ช่วยกระชับผิวได้ไวหลังการทำ
    • ผู้ที่เคยลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวย้วย
    • คนที่มีไขมันสะสมไม่มาก มีไขมันสะสมในปริมาณน้อยถึงปานกลางและต้องการผลลัพธ์ที่ทั้งดูดไขมันและยกกระชับ
    • คุณแม่หลังคลอด ทำให้ผิวหน้าท้องขยายตัวมากจนย้วย

ข้อดีของ J-Plasma

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนหลังทำ ลดผิวหย่อนคล้อย
  • ช่วยให้ผิวยกกระชับในระยะยาว 
  • ไม่ต้องการการผ่าตัดใหญ่ มีแผลขนาดเล็กเพียง 4-5 มม.
  • สามารถทำได้ทุกสัดส่วน
  • ยกกระชับผิวอย่างตรงจุดและแม่นยำ
  • เหมาะกับการทำ Six Pack และ Sexy Line

ข้อเสียของ J-Plasma

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
  • เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนค่อนข้างช้า ประมาณ 3 เดือนหลังทำ 

ตารางเปรียบเทียบแต่ละเทคนิค

เทคโนโลยีหลักการทำงานข้อดีข้อเสียผลลัพธ์
Vaserใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อสลายไขมันก่อนที่จะดูดออกดูดไขมันได้ค่อนข้างเยอะ เหมาะกับคนที่เป็นผังพืดเสี่ยงเกิดผิวไหม้ และอาจบวมมากกว่าเครื่องอื่น ทำให้การพักฟื้นนานกว่า ลดไขมันได้ดีและกระชับผิว ดูดไขมันได้ทุกส่วนในร่างกาย 
Ultra Zปล่อยคลื่นพลังงานเพื่อสลายไขมันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใช้ระยะเวลาน้อย แต่สามารถดูดไขมันได้เยอะไม่สามารถนำไขมาเติมส่วนอื่นได้ลดไขมันและกระชับผิวได้ดี ลดการเกิดเซลลูไลท์ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
BodyTiteใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อสลายไขมันและกระชับผิวลดความเสี่ยงผิวไหม้ เนื้อเยื่อรอบ ๆ ไม่เกิดการบาดเจ็บดูดได้ปริมาณน้อยกว่าจึงใช้ระยะเวลาดูดค่อนข้างนานกว่า ลดไขมันและกระชับผิวให้ตึง ผิวเรียบเนียนไม่เป็นคลื่นขรุขระหลังดูด
J-Plasmaใช้พลังงานจากพลาสมาเย็นเพื่อสลายไขมันและกระชับผิวไม่ทำให้ผิวไหม้ มีฟังก์ชั่นเยอะ สามารถยกกระชับได้พร้อมกัน ต้องใช้ร่าวมกับหัตถการอื่นร่วมด้วยถึงจะไ้ผลดีที่สุดผิวกระชับอย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับการกระชับผิวหลังการดูดไขมัน

ดูดไขมันอันตรายไหม?

การดูดไขมันเป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยม แต่ก็มีความเสี่ยงเหมือนกับการผ่าตัดอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ดังนั้นลืมความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าดูดไขมันแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิตไปได้เลยค่ะ เพราะปัจจุบันโลกเรามีเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ลดความเสี่ยงได้เยอะมากอยู่แล้ว และความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญของแพทย์ ประสบการณ์ด้านการดูดไขมัน สภาพร่างกายของคนไข้ และการดูแลหลังการผ่าตัด ดังนั้นควรเลือกคลีนิกหรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานจึงจะดีที่สุดค่ะ เพื่อแน่ใจว่าจะดูแลเราให้ปลอดภัยได้ พร้อมทั้งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยนั่นเองค่ะ

ดูดไขมันเจ็บไหม ก่อนเริ่มขั้นตอนดูดไขมัน แพทย์จะทำการฉีดยาชาใต้ผิว ซึ่งเป็นการระงับความรู้สึกเฉพาะจุดเมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ก็จะทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะดูดไขมัน หรืออาจะมีอาการเจ็บแปล๊บ ๆ จี๊ด ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การเตรียมความพร้อมก่อนการดูดไขมัน

การเตรียมความพร้อมก่อนการดูดไขมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพราะผลลัพธ์จะดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย ดังนี้

  • ควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกมีมาตรฐานมีประสบการณ์
  • เมื่อพบแพทย์ควรปรึกษา แจ้งภาวะสุขภาพให้แพทย์ทราบทั้งหมด รวมถึงอาการแพ้ยา และยาที่ใช้เป็นประจำ เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง และถามคำถามหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ให้ละเอียดให้ได้มากที่สุดเพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • เตรียมพร้อมร่างกายก่อนเข้ารับการทำการดูดไขมัน งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หยุดการสูบบุหรี่และสารที่ก่อให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการดูดไขมัน
  • งดรับประทานยาหรืออาหารเสริมยาบางชนิดก่อนทำการดูดไขมัน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือ วิตามินซีวิตามินบำรุงร่างกายต่าง ๆ เช่น น้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลา วิตามินซี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดยาชาเป็นพิษจากการที่ตับทำงานกำจัดยาชาได้ช้าลง
  • หากการดูดไขมันทำโดยการใช้ยาสลบ จำเป็นจะต้องงดอาหารและน้ำประมาณ 6-8 ชั่วโมงก่อนการทำการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสำลักอาหารขณะทำหัตถการ
  • วางแผนการพักฟื้นหลังผ่าตัด ควรมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1 คน เตรียมชุดที่ใส่สบายและง่ายต่อการเปลี่ยนหลังการทำหัตถการ
  • ควรพยายามรักษาน้ำหนักให้คงที่และหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือการทานอาหารไม่สมดุลก่อนการดูดไขมัน

การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน

  • ใส่ชุดกระชับให้ได้นานที่สุด โดยอาจปลดคลายชุดกระชับ 30-60 นาที เพื่อพยุงและป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนแผลบริเวณที่ดูดไขมันประมาณ 1-3 เดือน
  • ทำแผลอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ทำแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ โดยทำความสะอาดและปิดผ้ากอซทุก 1-2 วันจนกว่าจะตัดไหม 
  • หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ การแช่น้ำหรืออาบน้ำในอ่าง หรือสระน้ำในช่วงแรก เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
  • เวลายืนหรือเดิน ให้โค้งตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แผลตึง ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้พยายามยืดตัวตรงเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปวดหลังหรือปวดเอวในกรณีที่ดูดไขมันหน้าท้อง
  • ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมากในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด 
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ
  • ควรรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน แป้ง และน้ำตาล เพื่อไม่ให้กลับมาเกิดไขมันสะสม และดื่มน้ำไม่เกิน 1-1.5 ลิตรต่อวัน 
  • งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่น ยาแก้ปวด ยารักษาอาการซึมเศร้า วิตามินอี น้ำมันปลา ประมาณ 2 สัปดาห์
  • หากมีไข้สูง แผลบวมแดง คลื่นไส้จนทานอาหารไม่ได้ มีแผลจากการใส่ชุดกระชับ แนะนำให้รีบมาพบแพทย์ทันที

ทำไมต้องที่ Kanwera

“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เรามีเคสรีวิวดูดไขมันจากคนไข้จริงให้ได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะสิ่งสำคัญที่เป็นการตัดสินใจของคนไข้ในการเลือกคลีนิกดูดไขมันสักครั้ง คือรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ที่สามารถเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้านประสบการณ์ของแพทย์ ที่เป็นเครื่องรับรองให้คลีนิกได้เป็นอย่างดี เพราะเครื่องดูดไขมันมีหลายชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าแต่ละคนก็ไม่ได้เหมาะสมกับเครื่องดูดไขมันทุกชนิด ดังนั้นจึงควรปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพือให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการแก้ไขจะดีที่สุดค่ะ

“คาเวร่า – Kanwera Clinic” เราคือ คลินิก ดูดไขมัน นนทบุรี ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี มีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลด้วยประสบการณ์การดูดไขมันมามากกว่า 15,000 เคส มีนวัตกรรมการดูดไขมัน กระชับผิว และเติมไขมัน ออกแบบสัดส่วนเฉพาะบุคคล พร้อมทั้งห้องดูดไขมันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และปลอดเชื้อ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด

ดูดไขมันหลังคลอด ปัญหารูปร่างคุณแม่แก้ได้อย่างไร
บทความ

ดูดไขมันหลังคลอด ปัญหารูปร่างคุณแม่แก้ได้อย่างไร

รวมคำถามที่พบบ่อยเรื่องดูดไขมัน (FAQ)
บทความ

รวมคำถามที่พบบ่อยเรื่องดูดไขมัน (FAQ)

มัดรวมมาให้แล้วขั้นตอนการดูดไขมัน ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว
บทความ

มัดรวมมาให้แล้วขั้นตอนการดูดไขมัน ตั้งแต่ปรึกษาจนฟื้นตัว

Scroll to Top