J-Plasma เจพลาสมา คืออะไร
J Plasma หรือ Renuvion เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่พัฒนาขึ้นโดย Apyx Medical ในสหรัฐอเมริกา ใช้ พลังงานพลาสมาฮีเลียม (Helium Plasma) และคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ในการกระชับผิว โดยสามารถช่วยลดความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
แม้ว่า J Plasma และ Renuvion จะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ชื่อ Renuvion เป็นชื่อทางการค้าหลังจากที่บริษัททำการรีแบรนด์ เพื่อให้จดจำง่ายขึ้นในตลาดด้านศัลยกรรมตกแต่งและความงาม
J-Plasma เหมาะกับใครบ้าง
สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถทำ J-Plasma ควบคู่ไปกับการดูดไขมัน จะยิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น เพราะภายหลังจากดูดไขมันแล้วจะเกิดช่องว่างเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เมื่อใช้พลังงานพลาสมาฮีเลียมจะทำให้เนื้อเยื่อยึดติดเข้าหากัน และเป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจน จนทำให้ผิวหนังมีความกระชับมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นได้ทั้งการสลายไขมันและกระชับผิวให้เรียบเนียนเต่งตึงไปพร้อมกันนั่นเอง
- ผู้ที่ต้องการกระชับผิวหลังดูดไขมัน: การดูดไขมันจะทำให้เกิดพื้นที่ว่างใต้ผิวหนัง อาจทำให้หย่อนคล้อยได้
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อยไปตามวัย
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนัก: เนื่องจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยได้
- ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง: สามารถใช้ยกกระชับผิวหนังบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้น
นอกจากนี้ J-Plasma ยังเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหลังจากคลอดบุตร และผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ฯลฯ ซึ่งการทำ J-Plasma เป็นการเปิดแผลเพียง 2-3 มิลลิเมตร จึงทำให้สามารถฟื้นตัวได้ไว นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกกระชับผิวหนังได้อย่างอ่อนโยน ตรงจุด เห็นผลได้ทันที และมีความปลอดภัย
กระชับทุกสัดส่วนด้วยเทคโนโลยี J-Plasma
เทคโนโลยี J-Plasma ช่วยกระชับสัดส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา หรือหน้าท้องให้ดูดีขึ้นได้
กระชับแขนให้เรียวเล็กด้วย J-Plasma
หมดปัญหาแขนไม่กระชับ ต้นแขนหย่อนคล้อย หรือมีการสะสมของไขมันส่วนเกินมาก ไม่กล้าใส่เสื้อกล้ามโชว์แขน ขาดความมั่นใจ เทคโนโลยี J-Plasma จะช่วยกระชับต้นแขนให้เรียวเล็กและกลับมามั่นใจอีกครั้ง
กระชับหน้าท้องด้วย J-Plasma
กระชับหน้าท้องด้วย J-Plasma เทคโนโลยี J-Plasma จะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณท้อง เอว หรือคนที่คลอดบุตรแล้วมีปัญหาหน้าท้องลาย หน้าท้องเป็นผิวส้ม จะช่วยให้กระชับมากขึ้น รวมถึงคนที่ออกกำลังกายผิดวิธี ไขมันลดลงรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย หรือดูดไขมันแล้ว แต่ไม่ได้ยกกระชับผิว ก็สามารถทำได้เช่นกัน
ลดขาใหญ่ ต้นขาย้วยด้วย J-Plasma
ลดขาใหญ่ ต้นขาย้วยด้วย J-Plasma ปัญหาต้นขาย้วย ไม่กระชับ ใส่กางเกงแล้วอึดอัด ขาเบียด การทำ J Plasma จะช่วยให้ต้นขากระชับหมดปัญหาต้นขาย้วย ต้นขาใหญ่ ลดขาใหญ่ ต้นขาหย่อนคล้อย โดยไม่ต้องผ่าตัดยกกระชับต้นขา
ข้อดีของการยกกระชับด้วย J Plasma (เจพลาสมา)
- ความแม่นยำสูง : สามารถควบคุมความร้อนได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งการรักษาได้ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียง
- ไม่ต้องพักฟื้น : เนื่องจาก J Plasma เป็นการรักษาแบบไม่ทำร้ายผิว ทำให้ระยะเวลาการฟื้นตัวสั้นกว่าการผ่าตัด สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติภายในเวลาไม่นาน โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ผลลัพธ์ชัดเจน : J Plasma สามารถยกกระชับผิวหนังได้ทันทีหลังทำ และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้นใน 3-6 เดือน ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการผ่าตัดยกกระชับผิวหนังในระดับหนึ่ง แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า
- ไม่ต้องผ่าตัด : J Plasma เป็นการยกกระชับผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้มีดหรือเปิดแผล ซึ่งลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อหรือแผลเป็น
- กระตุ้นคอลลาเจน : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวมีความกระชับและเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว
- สามารถใช้ร่วมกับการดูดไขมันได้ : ทำให้ผิวที่ทำการดูดไขมันไปนั้นมีความกระชับไม่หย่อนคล้อย
- ทำได้หลายตำแหน่ง : J Plasma สามารถใช้ยกกระชับผิวหนังได้หลายบริเวณทั่วร่างกาย เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา
- เจ็บน้อย : แทบไม่มีความเจ็บ หรืออาจจะไม่รู้สึกเจ็บเลยระหว่างทำ เนื่องจากใช้พลาสมาฮีเลียมเย็นที่ทำงานได้โดยไม่ทำให้ผิวหนังได้รับความร้อนมากเกินไป
การดูแลตัวเองหลังยกกระชับด้วย J Plasma
หลังจากที่เราทำ J plasma เพื่อยกกระชับผิวกันไปแล้ว แน่นอนว่าเราก็อยากให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและใช้เวลาฟื้นตัวน้อยที่สุด การดูแลตัวเองหลังการทำก็สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ผิวฟื้นฟูเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงจากการระคายเคือง หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีดูแลตัวเองยังไงบ้างหลังจากทำ J Plasma เพื่อให้ผิวกระชับและสวยขึ้น
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ผิว
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้บริเวณที่ทำการรักษาในช่วง 24-48 ชม. แรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือระคายเคืองผิว
หลีกเลี่ยงการออกแดด
หลีกเลี่ยงกิจกกรมที่ต้องออกแดดโดยตรงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการทำ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวที่เพิ่งกระตุ้นเกิดการระคายเคือง หรือผิวไหม้จากแสงแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเมื่อออกไปข้างนอก
รักษาความสะอาด
ควรทำความสะอาดบริเวณที่ทำการรักษาโดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน และไม่ขัดหรือถูแรง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิว
ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่แพทย์แนะนำ
ใช้ครีมหรือเซรั่มบำรุงผิวที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับขึ้น
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วงหลังการรักษา เพราะแอลกอฮอล์และนิโคตินอาจทำให้การฟื้นตัวช้า
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 1-2 วันแรก หลังจากนั้นสามารถกลับมาทำกิจกรรมได้ตามปกติ