Mesoskin Glassskin

Meso skin คืออะไร?

Meso skin คือเทคโนโลยีนี้เป็นนวัตกรรมด้านการนำส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิวในรูปแบบ Multi-Function Transdermal Delivery System ที่ผสานการทำงานของ Microchip Transdermal Technology ร่วมกับ Electroporation อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานจะช่วย “เปิดช่องทางชั่วคราว” บนผิวหนัง เพื่อให้ตัวยาหรือสารบำรุงสามารถซึมผ่านชั้นผิวได้ลึกและตรงจุดมากขึ้น ต่างจากการทาแบบทั่วไปที่ซึมได้เพียงผิวชั้นบนเท่านั้น

เทคโนโลยีนี้สามารถเพิ่มอัตราการนำส่งสารเข้าสู่ผิวได้มากกว่า 84% เมื่อเทียบกับวิธีแบบเดิม อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง เพราะช่องทางที่ถูกเปิดบนผิวจะสามารถ ปิดตัวเองได้ภายในประมาณ 20 นาที ลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ

ตัวเครื่องมาพร้อม Microchip ที่มีเข็มแบบท่อส่งกลวง (Hollow Micro-Needles) จำนวน 25 เข็ม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อส่งผ่านสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถลงลึกถึง ชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว

สภาพใบหน้าหลังจากทำ Meso skin จะเป็นอย่างไร?

การใช้เข็มกับผิวหน้านั้น มักจะทำให้เกิดรอยแดงเป็นธรรมดา ดังนั้นหลังจากการทำเมโสทรีทเมนท์แล้ว ใบหน้าก็จะเกิดรอยแดงลักษณะคล้ายผื่น หรืออาจจะมีตุ่มขึ้นมา แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งรอยแดงนี้จะหายไปประมาณ 1-3 วันหลังทำทรีทเมนท์

Meso skin มีข้อเสียอะไรบ้าง

ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำเมโสหน้าใส คือ อาจเกิดแผลเป็นขึ้นบนใบหน้า หากแพทย์แทงเข็มเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าที่ควร ซึ่งสาวๆ ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หรือในกรณีของคนที่ผิวบาง อักเสบง่ายก็อาจจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง ผิวหน้าอาจมีการอักเสบรุนแรง หรือเกิดความผิดปกติได้ นอกจากนั้นหลังจากการทำทรีทเมนท์ควรจะต้องรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นพิเศษ เพราะผิวอาจจะติดเชื้อง่าย หรือเกิดสิวจากการสะสมของแบคทีเรีย

Meso skin มีจุดเด่นอะไรบ้าง

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้ หลากหลายบริเวณทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้า / ลำคอ / หนังศีรษะ / เนินอก / หลังมือ / แขน / ขา / เท้า ทำให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความงามและการฟื้นฟูผิวแบบครบวงจร

ฉีดเมโสช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

เมโสหน้าใสอันตรายไหม ?

การฉีดเมโสหน้าใสไม่อันตราย หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ตัวยาเมโสแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. สารสกัดในตัวยาเมโสหน้าใสมาจากธรรมชาติ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโน ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและเสริมภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรงตามหลัก Homeopathy ดังนั้น เลือกฉีดเมโส กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน วาชิคลินิกโคราชมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด คนไข้สามารถมั่นใจได้ว่า ปลอดภัย เห็นผล และไม่มีผลข้างเคียง (*ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

ในส่วนของตัวยาหรือสารบำรุง สามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย เช่น
• PRP (Platelet-Rich Plasma) ช่วยฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
• Meso Solution สำหรับแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ฝ้า กระ สิว
• Hyaluronic Acid (HYA) เพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟู

เมโส เหมาะกับใคร?

เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ? แตกต่างกันอย่างไร

สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

  1. เมโสหน้าใส เน้นผิวขาวกระจ่างใส
    ช่วยให้ผิวสว่างขึ้น ลดความหมองคล้ำ และเติมความชุ่มชื้นให้ผิว โดยมีส่วนผสมสำคัญ เช่น Vitamin A, B, C, E, Transamin และ Glutathione เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวดูใส ฉ่ำน้ำ และเปล่งปลั่งแบบสุขภาพดี
  2.  เมโสหน้าใส เน้นปรับสมดุลและฟื้นฟูผิว
    มีส่วนผสมของ คอลลาเจนและโคเอนไซม์ ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง กระชับรูขุมขน และทำให้ผิวอิ่มฟู ดูเรียบเนียนมากขึ้น เหมาะกับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวที่เริ่มมีริ้วรอย
  3.  เมโสหน้าใส เน้นลดสิวและผื่น
    ช่วยลดการอักเสบของสิว ขับสารพิษตกค้าง และปรับสมดุลต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้ทำงานลดลง เมโสที่มีจุดเด่นด้านนี้ เช่น Mede Collagen (มาเด้ คอลลาเจน)

เมโสหน้าใสอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดบ่อยไหม

โดยเฉลี่ยแล้วเมโสหน้าใสจะคงผลลัพธ์ได้ 2-4 สัปดาห์ โดยที่รอยดำรอยแดงเก่าจะจางลง ผิวกระจ่างใสขึ้น ถ้ามีรอยสิวเกิดใหม่ หน้าหมองขึ้นเพราะแดดก็สามารถฉีดกระตุ้นได้ เพื่อให้ผิวกระจ่างใสอยู่เสมอ จริงๆ แล้วต้องทำความเข้าใจว่า โปรแกรมเมโสหน้าใสของแต่ละคลินิก มียี่ห้อ สูตรเฉพาะ ส่วนผสมหรือสารสกัดที่แตกต่างกัน จึงทำให้คุณภาพ ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ต่างกัน และโดยทั่วไปผลลัพธ์การฉีดเมโสหน้าใสจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน ยังขึ้นอยู่กับการดูแลผิวหน้าหลังฉีดด้วย

Scroll to Top