LED ฉายแสง คือ
เครื่องฉายแสง LED Light Therapy คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้แสง LED ในการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว โดยนิยมใช้เพื่อช่วยลดสิว ฟื้นฟูผิว และปรับสภาพผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น ทั้งบริเวณใบหน้าและส่วนอื่นของร่างกายที่ต้องการการดูแลเฉพาะจุด
แสง LED แต่ละช่วงความยาวคลื่นจะทำงานในระดับความเข้มที่แตกต่างกัน เพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของเซลล์ผิว ช่วยลดการอักเสบและเสริมการทำงานของผิวให้กลับมาแข็งแรงขึ้น การรักษาด้วยวิธีนี้ไม่ทำให้เกิดความเจ็บหรือการระคายเคืองระหว่างการทำหัตถการ ไม่ทำให้เกิดบาดแผลหรือตกสะเก็ด และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา
เครื่องฉายแสง LED บำบัด อันตรายไหม ?
แสง LED เป็นแสงที่มีความยาวคลื่นที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ อยู่ระหว่าง 400 -700 nm ซึ่งเป็นแสงที่มีความเข้มข้นต่ำ มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรืออาการปวด ไม่ทําให้ผิวไหม้ หรือผิวบาง
ฉายแสง LED ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
แสง LED มีประโยชน์หลัก ๆ ในเรื่องของผิว ส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในการบำบัดเพื่อความงาม ดูแลปัญหาผิวแบบต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งก็จะใช้บำบัดร่วมกับการรักษาผิวแบบอื่น ๆ เช่น การลงทรีทเมนต์ การนวด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการฉายแสงจะนำมาช่วยรักษาอะไรได้บ้าง
ช่วยลดการอักเสบของผิว
LED เกือบทุกสี โดยเฉพาะสีแดง จะโดดเด่นในเรื่องลดการอักเสบของผิว เพราะมันสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวของเรา ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น ช่วยกระตุ้นการผลิตพลังงานของผิวและลด Oxidative Stress เพื่อให้ผิวผ่อนคลาย ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถรักษาผิวหนังอักเสบโรซาเชียและโรคกลากได้ด้วย
ช่วยรักษาสิวได้ในระดับหนึ่ง
สามารถนำ LED มาช่วยในการฆ่าเชื้อสิวได้ โดยจะเข้าไปลดการทำงานของต่อมน้ำมันในผิว ทำให้ผิวผลิตน้ำมันได้น้อยลง ซึ่งน้ำมันนี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการอุดตันเป็นสิวจนกลายเป็นสิวอักเสบได้ ทำให้ช่วยลดต้นตอของสิวที่เกิดจากผิวมันได้
ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน
การบำบัดด้วยการฉายแสงสีแดงและสีน้ำเงินจะช่วยลดความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน โดยการลดการอักเสบและรอยแดงค่ะ ทั้งยังช่วยลดการเกิดสิว รักษาผื่นแดง รอยแดง รวมทั้งฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งอาจทำให้ผิวติดเชื้อได้ ซึ่งความอ่อนโยนของแสง LED เหมาะกับคนที่รู้สึกระคายเคืองผิวได้ง่ายอย่างโรคสะเก็ดเงินด้วย
ช่วยรักษามะเร็งผิวหนัง
เราอาจจะเคยได้ยินบ่อย ๆ เกี่ยวกับการฉายแสงรักษามะเร็ง โดยจะใช้แสงสีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งมันสามารถช่วยได้จริง โดยจะเข้าไปจับกับเซลล์ที่ผิดปกติ ทำให้เซลล์นั้นขยายตัวออกจากกันจนเสียไป เรียกว่าเป็นการฆ่าเซลล์มะเร็งที่ผิวหนังโดยตรง
ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด
หากเราอยู่กลางแสงแดดนานเกินไปโดยไม่มีตัวป้องกัน ผิวของเราจะถูกทำร้ายจนเกิดผิวไหม้ ผิวเบิร์น หรือมีการอักเสบ มีผดผื่น ซึ่งคุณสมบัติของแสงสีแดงหรือสีเหลืองในการรักษาอาการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจะช่วยให้ผิวไหม้แดดของเรากลับมาสุขภาพดีเหมือนเดิมได้
ช่วยลดรอยแผลเป็น ช่วยสมานแผล
การสมานตัวของรอยแผลเป็นนั้นต้องการคอลลาเจนอย่างมาก จึงเน้นใช้แสงสีแดงเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเราฉายแสงกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนมากขึ้น ก็จะช่วยให้เซลล์ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เร็ว แผลก็จะหายไว แถมได้ผิวสวยขึ้น
ช่วยลดฝ้า กระ
ฝ้าหรือกระเกิดจากเม็ดสีมีปริมาณที่ผิดปกติจนทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นจุด ๆ ซึ่งคุณสมบัติที่ช่วยลดการอักเสบ ส่งเสริมการสร้างตัวใหม่ของคอลลาเจน จะเข้าไปช่วยผิวที่เป็นฝ้า กระ โดยเฉพาะฝ้าแดด สุขภาพดีขึ้นได้ มักจะใช้แสงสีแดงเป็นหลัก
ช่วยลดริ้วรอย
เมื่อเราฉาย LED สีเขียว สีแดง หรือ Near-infrared ไปที่ผิวเป็นสิว จะทำให้เซลล์ผิวไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีไว้สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ถูกกระตุ้นการทำงาน เมื่อไฟโบรบลาสต์ทำการสร้างคอลลาเจนมากขึ้น ผิวของเราก็จะนุ่ม เนียน ยืดหยุ่น จนริ้วรอยแลดูจางลง
ช่วยลดอาการผมร่วงง่าย
มักใช้แสงสีแดงช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยการส่งพลังงานเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อสร้าง ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นตัวที่จะช่วยสร้างพลังงานระดับเซลล์ ทำให้เซลล์กำเนิดเส้นผมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผมแข็งแรง ร่วงน้อยลง
ความเสี่ยงในการใช้แสง LED บำบัด
เดิมทีแล้วการฉายแสง LED เพื่อรักษาปัญหาผิวนั้นไม่ได้มีอันตราย ยกเว้นการฉายแสงเพื่อรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งที่เกิดกับอวัยวะภายใน ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาบริเวณที่ฉายแสงได้ แต่อย่างไรก็ตาม การฉายแสงก็มีความเสี่ยงในการใช้งานอยู่
อย่างแรกคือการซื้อเครื่อง LED มาใช้เองที่บ้าน สิ่งที่อันตรายก็คือเราไม่อาจตรวจสอบได้ลึกขนาดนั้นว่าเครื่องที่เราซื้อมามีคุณภาพหรือไม่ น่าเชื่อถือแค่ไหน เป็นเครื่องที่ได้มาตรฐานหรือเปล่า เพราะปัจจุบันนี้ มิจฉาชีพค่อนข้างเยอะมาก ๆ ค่ะ การรู้เท่าทันเกี่ยวกับการเสริมความงามจึงสำคัญ
นอกจากเครื่องมือแล้ว การฉายแสงในบางครั้งก็จะมีการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ร่วมด้วย ซึ่งตัวยาเหล่านั้นอาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ในคนบางกลุ่ม ก่อนจะไปฉายแสง LED ที่คลินิกหรือทำเอง ก็ควรจะรู้รายละเอียดการแพ้สาร หรือทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ด้วย
การฉายแสงนั้นสามารถทำร้ายดวงตาของเราได้เหมือนการยิงเลเซอร์หรือฉายรังสี เพราะฉะนั้น เวลาเราไปฉายแสง ที่คลินิกก็ควรจะเตรียมอุปกรณ์หรือวิธีป้องกันดวงตาของเราด้วย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการฉายแสงเพื่อรักษาผิว
การจะเลือกฉายแสงจึงต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับผลข้างเคียง ประเภท และผลลัพธืให้ดีค่ะ รวมไปถึงการตรวจสอบเกรดของอุปกรณ์หรือเครื่อง เพื่อให้มีความปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่มีปัญหาในภายหลัง